อ่านหุ้นให้เป็นเห็นกำไร กลยุทธ์เริ่มต้นสำหรับมือใหม่แบบเข้าใจง่าย

การเล่นหุ้นอย่าใช้วิธี “มโน”…ด้วยตัวเอง เพราะข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตลาดหลักทรัพย์ ล้วนมีที่มาที่ไป มือใหม่ที่กระโดดเข้ามาลองซื้อหุ้นเล่นสักตัวด้วยความตื่นเต้นดีใจ หวังว่าจะได้กำไรกลับมา แต่ด้วยความที่อ่านหุ้นไม่แตก วิเคราะห์ไม่เป็น ก็ต้องเซ็งเพราะหุ้นราคาตก ติดลบ จะขายก็ไม่ได้ สุดท้ายก็กลายเป็นเม่าติดดอย เพราะแห่ซื้อตามชาวบ้านที่เป็นมือใหม่เหมือนๆ กัน ดังนั้นใครที่กำลังเริ่มต้นเล่นหุ้น ลองมาทำความรู้จักวิธีอ่านหุ้นแบบฉบับที่ไม่ยุ่งยาก เน้นเข้าใจง่าย แล้วจะได้เอาไปประยุกต์ใช้ เพื่อจะได้เลือกซื้อหุ้นให้ถูกตัว มากกว่าจะเอาแค่ถูกใจกันดีกว่า

การอ่านหุ้นในที่นี้ ไม่ได้แปลว่าการอ่านเพื่อทำความเข้าใจความหมายว่าหุ้นคืออะไร? แต่คือการศึกษาข้อมูลหุ้นแต่ละตัว เรียกว่าเป็นรายตัวของแต่ละบริษัทที่สนใจ เพื่อใช้เป็นพื้นฐานสำหรับพิจารณาในการลงทุน แม้จะเป็นการอ่านเพียงผ่านๆ เล็กน้อย ก็ช่วยให้พอรู้ว่ามีบริษัทไหนที่น่าลงทุนบ้าง แต่ด้วยหุ้นที่มีมากมายให้เลือกซื้อ แล้วจะอ่านยังไงไหวทั้งตลาด ก็ต้องรู้จักวิธีการอ่าน โดยแบ่งตามกลุ่มหุ้นกันก่อน

อย่างที่บอกไปแล้วข้างต้น ในตลาดหุ้น SET จะทำการแบ่งกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมออกเป็นทั้งหมด 8 กลุ่ม ดังนั้นก็จะช่วยให้เราง่ายต่อการเลือกมาสักกลุ่มที่สนใจอยากซื้อหุ้น ซึ่งแบ่งออกเป็นดังนี้

1.เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร

2.ธุรกิจด้านการเงิน

3.สินค้าอุปโภคบริโภค

4.สินค้าด้านอุตสาหกรรม

5.ทรัพยากร

6.การบริการ

7.เทคโนโลยี

8.ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์

เมื่อรู้จักกลุ่มหุ้นแล้ว ทีนี้ก็ไปเริ่มต้นอ่านกันทีละ “กลุ่ม” ก่อน เน้นเลือกจากอุตสาหกรรมแบบใกล้ตัว ซึ่งง่ายๆ เลยก็คือกลุ่มบริการ, กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนไกลๆ ตัวหน่อย ค่อยอ่านทีหลังก็จะเป็นพวก ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์, เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หรือทรัพยากร ข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นดาต้าที่มีให้ดูอยู่แล้วในตลาด SET ดังนั้นกดเข้าไปอ่านในเว็บไซต์ marketdata.set.or.th กันได้เลย เลือกกดเข้าดูหุ้นสักตัว แล้วไปดูที่ “สรุปข้อสนเทศบริษัทจดทะเบียน”

ซึ่งจะอยู่ในหัวข้อ “ข้อมูลรายบริษัท/หลักทรัพย์” เลื่อนลงมาด้านล่างก็จะเจอ ข้อมูลเหล่านี้นี่เองที่จะบอกถึงการขยายตัวทางธุรกิจ ลักษณะของธุรกิจ การดำเนิน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ อัตราผลตอบแทนย้อนหลังเปรียบเทียบ ข้อมูลทางสถิติ และกราฟหุ้น แถมยังมีข้อมูลยิบย่อยอย่างละเอียด ตั้งแต่วันที่ก่อตั้งบริษัท ราคา IPO ที่อยู่ และรายงานประจำปีที่สามารถโหลดมาอ่านได้อีกด้วย

ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลแบบง่ายๆ ขั้นพื้นฐาน อ่านเสร็จแล้วให้ทำการจดบันทึกเอาไว้ด้วยว่าธุรกิจตัวไหนที่ดูแล้วน่าสนใจเหมาะแก่การลงทุน ก่อนที่จะไปดูข้อมูลเชิงลึกคืองบการเงินฉบับเต็มและ วันบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน สุดท้ายก็อย่าลืมที่จะวิเคราะห์หุ้นของบริษัทที่สนใจจริงๆ ให้ดี ในส่วนนี้อาจไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัว แต่บอกได้เลยว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้มือใหม่สามารถค้นพบหุ้นที่มีมูลค่าน่าสนใจก็เป็นได้ “


อีกหนึ่งช่องทางติดตามข่าวสารครับ SBITO : https://www.facebook.com/sbithaionline/