สร้างวินัยการลงทุนด้วย DCA

เพื่อนๆนักลงทุนหลายคนที่มีโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นอาจเคยเจอกับปัญหาการลงทุนแบบนี้กันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็น รู้ทั้งรู้ว่าในระยะยาวหุ้นจะให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด แต่ยังไง้ยังไงก็ไม่กล้าลงทุน เพราะกลัวความเสี่ยงมากเกินไป กลัวตลาดขาลงแล้วจะทำอะไรไม่ถูก มัวแต่รอเลยไม่ได้ลงทุนซะที Sensitive กับราคาหุ้นมาก ขาดทุนทีก็ออกจากตลาดที พอเห็นคนทำกำไรจากหุ้นได้ก็กลับเข้ามาลงทุนใหม่ เข้าๆออกๆ จนไม่สามารถลงทุนอย่างต่อเนื่องได้ ทำให้ Portfolioเสียไปหมด ไม่ชอบการตัดสินใจบ่อยๆ รู้สึกหนักใจทุกครั้งที่ได้รับข่าวสารเกี่ยวกับหุ้นที่ถือแล้วต้องตัดสินใจว่าจะต้อง take actionยังไง วันนี้เราจะมาเสนอเครื่องมือที่ช่วยลดปัญหาที่กล่าวมาด้านข้างต้น ด้วยวิธีการสร้างระบบการลงทุนขึ้นมาที่เรียกว่า การออมหุ้นอย่างสม่ำเสมอหรือวิธี Dollar Cost Average นั่นเอง

Dollar Cost Average คืออะไร?
ถ้าตอบแบบภาษาบ้านๆก็คือ การลงทุนแบบถัวเฉลี่ย นั่นแหละครับ แต่ถ้าตามแบบวิชาการก็คือเป็นวิธีในการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนแบบสม่ำเสมอ ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันทุกงวด ตามความถี่ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (รายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาส) โดยจะไม่คาดการณ์ภาวะของตลาด และเราจะใช้เครื่องมือคือ หุ้นหรือกองทุนรวมเป็นเครื่องมือในการลงทุน

โดย DCA เป็นระบบที่ออกแบบเพื่อให้ลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ สร้างวินัยการออม และ ที่สำคัญคือที่สุดคือลดการคาดการณ์ภาวะตลาดซึ่งจะช่วยลดการใช้อารมณ์ในการลงทุนอันเป็นสาเหตุของความผิดพลาดนั่นเอง นอกจากนี้ DCA ยังช่วยลดความถี่ที่ต้องตัดสินใจ ทำให้เราสามารถโฟกัสกับเป้าหมายการลงทุนของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น

แต่เดี๋ยวๆ แค่ลงทุนเท่ากันไปทุกเดือน แล้วผลตอบแทนที่ได้จะเป็นยังไงละ? เราจะพาไปดูตัวอย่างจริงๆกันเลยดีกว่าว่าในอดีตการลงทุนแบบDCA ให้ผลลัพธ์ยังไง และตอบโจทย์การลงทุนของเราหรือไม่นะคร๊าบ

ถ้าสมมติว่าเราลงทุน 5, 000บาท ในหุ้น (ใช้ SET 100 เป็นตัวแทนหุ้นของตลาดไทย) สม่ำเสมอทุกๆเดือนตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมปี ค.ศ. 2007 ถึงเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2017 ช่วงระยะเวลาการลงทุน 10ปี โดยที่เราไม่ต้องสนใจภาวะตลาด และไม่หนีออกจากตลาดในช่วงวิกฤต Subprime (ปี ค.ศ. 2008) มูลค่าPortfolioของเรา จะเติบโตถึงหลักล้านบาท หรือ เท่ากับ 1,108,965 บาท จากต้นทุนทั้งหมด 600,000 คิดเป็นกำไรทั้งหมด 84% หรือถ้าคิดเป็น IRR จะอยู่ที่ประมาณ 11.98%ต่อปี
จะเห็นได้ว่าด้วยวิธี DCA เราสามารถทำให้เงินลงทุนไม่กี่พันบาทในแต่ละเดือน เติบโตเป็นเงินหลักล้านได้!! โดยที่เรายังไม่ต้องใช้ความรู้ในการลงทุนใดๆเป็นพิเศษ แค่อาศัยวินัยในการลงทุน และความเข้าใจพลังของการลงทุนในระยะยาวเท่านั้นเอง!

อย่างไรก็ตาม ในการลงทุนแบบ DCA ถึงแม้ดูว่าจะเป็นวิธีการลงทุนที่ดีมากๆ แต่ยังไงก็ยังมีมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้

1. คุณภาพในการเลือกหุ้นยังคงมีความสำคัญ : วิธีการลงทุนแบบ DCA เป็นการลงทุนโดยมีสมมติฐานสำคัญคือราคาหุ้นสามารถผันผวนอย่างรุนแรงได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวยาวราคาสินทรัพย์ที่เราเลือกลงทุน ต้องปรับตัวขึ้น เพราะฉะนั้นการเลือกหุ้นจะต้องเลือกหุ้นที่ต้องมีพื้นฐานแข็งแกร่งระดับหนึ่ง ตัวคัดกรองที่ง่ายสุดคือ การเลือกหุ้นทีมีMarket CAP ขนาดใหญ่หรือ หุ้นที่อยู่ในSET 50

2. ต้องมีระยะเวลาการลงทุนที่ยาวนานเพียงพอ: ด้วยNature ของหุ้นเองจะเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนรุนแรงในระยะสั้นแต่เติบโตได้ดีในระยะยาว ระยะเวลาในการถือจึงมีความสำคัญมาก ผมขอยกตัวอย่างช่วงที่แย่ที่สุดของของการใช้กลยุทธ์DCAเกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1993 – 1998 ซึ่งเป็นช่วงที่ดัชนีSET Indexทะยานถึงจุดสูงสุดที่ 1,753.73 จุดและค่อยๆตกต่ำลงจากวิกฤตต้มยำกุ้ง ถ้าเราลงทุนด้วยวิธี DCA ในช่วง5ปีดังกล่าว IRR หรือผลตอบแทนในช่วงเวลานี้จะอยู่ที่ – 29% ก่อนที่IRRจะค่อยๆปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 10.6% ในปี ค.ศ.2003 หมายความว่า ในช่วงระยะ 10ปี IRR จะกลับมาเป็นกำไรอีกครั้ง ซึ่งถ้าเป็นคนที่ถือหุ้นช่วง 5 ปีนั้น ก็คงช้ำใจอยู่ไม่น้อย คือต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่าDCAไม่ใช่วิธีป้องกันการขาดทุน 100% แต่เป็นการซื้อสะสมตามวินัย ช่วงตลาดหุ้นตก เราจะได้ต้นทุนหุ้นที่ต่ำลง ยิ่งลงมากยิ่งซื้อถูกมาก นอกจากนี้DCAยังป้องกันไม่ให้เราหนีออกจากตลาดก่อนเวลาอันควร ซึ่งทำให้เราพลาดโอกาสขาขึ้นของหุ้นได้

3. การกระจายความเสี่ยงยังคงมีความสำคัญ:ส่วนการลงทุนแบบ DCA ในหุ้นเพียงตัวเดียวถือว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างมาก เพราะถ้าบริษัทผิดพลาดหรือเจ๊งไป นอกจากผลตอบแทนจะไม่ได้แล้ว เงินต้นจะกลายเป็น 0 อีก ทางเราขอแนะนำว่า ถ้าจะ DCA แบบหุ้นรายตัว ควรมีการคัดกรองหุ้นอย่างดีและควรมีหุ้นอย่างน้อย 4-5 ตัวขึ้นไป กระจายไปในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันไปเพื่อลดความเสี่ยง

โดยสรุป ประโยชน์ของDCA ให้คุณได้ คือ ผลตอบแทนระยะยาวค่อนข้างดี และการวางแผนการลงทุนแบบเป็นระบบระเบียบซึ่งจะเป็นบันไดสำคัญไปสู่ความสำเร็จด้านการวางแผนชีวิตด้านการเงินได้ นอกจากนี้DCAยังมีประโยชน์แอบแฝงที่ดูเล็กน้อย แต่ก็สำคัญไม่น้อยคือผู้ลงทุนสามารถลดเวลาที่จะต้องใช้Focusในการลงทุนในตลาดหุ้น และสามารถนำเวลาชีวิตส่วนนี้ไปอยู่กับครอบครัวหรือคนที่เรารัก หรือทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบโดย ไม่จำเป็นต้องมาเคร่งเครียดกับการลงทุนจนเกินไป เพราะการลงทุนควรจะเป็นกิจกรรมที่ทำเพื่อความสุข และควรทำด้วยความสบายใจนั่นเองนะคร้าบบ

อีกหนึ่งช่องทางติดตามข่าวสารครับ SBI : https://www.facebook.com/sbithaionline/