6 ปัจจัยเลือกหุ้นปันผลฉบับเซียน

มาดูกันว่า การลงทุนในหุ้นปันผลต้องคำนึงถึงปัจจัยอะไรบ้าง? หลายๆคนที่ไม่ชอบความเสี่ยง อาจจะเลือกเก็บออมเงินในบัญชีธนาคาร หรือลงทุนซื้อหุ้นกู้และพันธบัตรรัฐบาล โดยอาจจะมองข้ามการลงทุนในหุ้นปันผล ซึ่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีความใกล้เคียงการฝากเงินในธนาคารและการซื้อหุ้นกู้ เพียงแต่เปลี่ยนจากการรับดอกเบี้ยเป็นการรับเงินปันผล ทั้งนี้การลงทุนในหุ้นปันผลเหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบความเสี่ยงแต่อยากได้ผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝากและหุ้นกู้ ถ้าเริ่มสนใจในหุ้นปันผลแล้ว เรามาดูกันว่าต้องคำนึงถึงปัจจัยอะไรบ้างครับ

” ที่มาของรายได้บริษัท “
การที่เราศึกษาว่าบริษัททำธุรกิจอะไร มีรายได้มาจากไหนจะช่วยให้เราทราบถึงความสม่ำเสมอของเงินปันผลที่เราจะได้รับ เพราะว่าเงินที่บริษัทนำมาจ่ายปันผลให้เรานั้นมาจากกำไรของบริษัท ถ้าบริษัทมีกำไรที่ไม่แน่นอนในแต่ละปี หมายถึงเงินที่เราจะได้รับก็มีความไม่แน่นอนตามไปด้วย ยกตัวอย่างเช่นบริษัทที่ทำการขายไฟหรือขายน้ำประปาจะมีรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนกว่าบริษัทที่ทำธุรกิจเหล็กซึ่งส่วนใหญ่จะมีรายได้ที่ขึ้นลงตามราคาเหล็กที่อาจจะไม่ค่อยแน่นอนนัก

” เครดิตภาษี “
เงินปันผลที่เราได้รับโดยปกติจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% ซึ่งบริษัทที่เราลงทุนก็มีการเสียภาษีนิติบุคคลเช่นกัน เป็นการเสียภาษีซ้ำซ้อนทำให้เราสามารถขอเครดิตภาษีคืนได้ เป็นการช่วยเพิ่มผลตอบแทนที่เราได้รับ แต่ถ้าบริษัทที่เราลงทุนได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากรัฐบาลจะทำให้เราขอภาษีคืนได้ไม่เต็มจำนวน โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่www.set.or.th ในหน้าข่าวหัวข้อประกาศการจ่ายปันผลของบริษัทนั้นๆครับ

“อัตราการจ่ายปันผลจากกำไรสุทธิ”
แต่ละบริษัทจะมีนโยบายจ่ายเงินปันผลที่ไม่เหมือนกัน โดยจะมีการระบุว่าจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละเท่าไหร่ของกำไรสุทธิหลังหักภาษี ถ้าบริษัทที่เราลงทุนมีสัดส่วนการจ่ายเงินปันผลต่อกำไรสุทธิที่ต่ำ บริษัทก็จะมีกำไรสะสมที่มากขึ้น ทำให้ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีหรือบริษัทประสบปัญหาขาดทุน บริษัทจะมีความเสี่ยงที่จะลดการจ่ายเงินปันผลน้อยกว่าบริษัทที่มีสัดส่วนการจ่ายเงินปันผลสูงๆ และมีกำไรสะสมที่น้อย

“อัตราผลตอบแทนเงินปันผล”
เราสามารถหาอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของหุ้นแต่ละตัวว่าในแต่ละปีหุ้นตัวนั้นๆให้ผลตอบแทนคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ได้จาก www.set.or.th หรือwww.settrade.com โดยให้สังเกตว่าเป็นการจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานปกติ หรือว่าจ่ายปันผลจากกำไรสะสมและกำไรพิเศษ เพราะถ้าเป็นแบบหลัง จะเป็นการจ่ายเงินปันผลแค่ครั้งคราว ไม่สม่ำเสมอทุกปี ทำให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลในช่วงระยะเวลานั้นๆอาจจะดูสูงผิดปกติ
อีกทั้งธุรกิจที่กำลังเติบโต และธุรกิจที่โตเต็มที่แล้วก็จะมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ไม่เท่ากัน บริษัทที่กำลังเติบโตจะจ่ายปันผลต่ำหรือไม่จ่ายเลย แต่จะเก็บกำไรไว้ลงทุนเพิ่มเติม ในขณะที่บริษัทที่เติบโตเต็มที่และเป็นบริษัทใหญ่มักจะมีการจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าบริษัทเล็กเพราะจะมีรายได้และกำไรที่ค่อนข้างแน่นอนและสม่ำเสมอกว่า อีกทั้งจะไม่ค่อยมีโครงการลงทุนเพิ่มเติม

“ระยะเวลาการจ่ายปันผล”
หุ้นของแต่ละบริษัทจะมีการจ่ายปันผลที่แตกต่างกัน โดยบางบริษัทอาจจะจ่ายปันผลปีละ 1 ครั้ง ขณะที่บางบริษัทจะจ่ายเงินปันผลปีละ 2 ครั้ง บางบริษัท 3 ครั้ง ส่งผลให้ในการพิจารณาเลือกลงทุนในหุ้นปันผล ถ้าหุ้นสองตัวมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลใกล้เคียงกัน การเลือกลงทุนในหุ้นปันผลที่มีการจ่ายปันผลถี่กว่าจะทำให้เราได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า เพราะเราสามารถนำเงินปันผลที่เราได้รับไปลงทุนต่อยอดให้ดอกผลงอกเงยได้อีกทีครับ

“ช่วงขึ้นเครื่องหมาย XD”
ก่อนที่บริษัทจะมีการจ่ายปันผลก็จะมีการประกาศล่วงหน้าว่าจะจ่ายปันผลเท่าไหร่ จ่ายเงินให้เราวันไหน และวันที่เท่าไหร่ที่ถ้าเราซื้อหุ้นของบริษัท เราจะไม่ได้รับเงินปันผล หรือเรียกว่าวันขึ้นเครื่องหมาย XD (Excluding Dividend) โดยปรกติช่วงเวลาการประกาศจ่ายปันผลของบริษัทนั้นๆจะค่อนข้างเป็นช่วงเวลาเดิมในแต่ละปี การที่เรารู้ว่าบริษัทมักจะประกาศปันผลในเดือนไหนจะช่วยให้เราสามารถวางแผนการเข้าลงทุนได้ว่าเราจะซื้อช่วงใกล้ประกาศปันผลแล้วรับเงินปันผล หรือเราจะรอให้ราคาหุ้นตกลงหลังวัน XD แล้วค่อยซื้อในราคาที่ต่ำลง

อีกหนึ่งช่องทางติดตามข่าวสารครับ SBI : https://www.facebook.com/sbithaionline/