หุ้นที่ควรหลีกเลี่ยงในการลงทุนระยะยาว

สำหรับผู้ที่ตัดสินใจที่จะลงทุนหุ้นในระยะยาว การเลือกหุ้นจะต้องคิดให้รอบคอบ และหาเหตุผลให้ได้ว่าหุ้นที่เราซื้อนั้นคู่ควรที่จะถือในระยะยาวหรือเปล่า เพราะในตลาดหุ้นมีหุ้นหลายร้อยตัวให้เราเลือก เยอะเสียจนเป็นธรรมดาที่เราจะสับสนได้ง่ายๆดังนั้นแทนที่เราจะเข้าไปดูหุ้นทุกตัว วันนี้สตางค์คุงมีเคล็ดง่ายๆ ในการคัดกรองหุ้นบางประเภทที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ควรถือในระยะยาวออกไป เพื่อให้เราเลือกลงทุนได้ง่ายขึ้น เราไปดูวิธีคัดกรองหุ้นที่ไม่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวออกจากตัวเลือกของเรา พร้อมๆกันเลยนะครับ

“หุ้นปั่น” คือหุ้นที่ไม่มีพื้นฐานอะไรรองรับเช่น หุ้นที่กิจการไม่เคยมีกำไรหรืออาจจะแย่ขนาดที่ขาดทุนเป็นระยะเวลายาวนาน พวกหุ้นที่ชอบเพิ่มทุนบ่อยๆ หรือหุ้นที่มีMarket Cap สูงมากกว่ามูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทมากๆ โดยหุ้นประเภทนี้จะมีราคาที่หวือหวาขึ้นลงแรงเพื่อล่อให้คนมาสนใจ 

เหตุผลที่ไม่ควรถือหุ้นประเภทนี้ในระยะยาวเพราะ เหมือนกับเราเอาเงินไปฝากอยู่ในกำมือของเจ้ามือ และเราไม่มีวันรู้อารมณ์ของเจ้ามือว่าวันดีคืนดีจะทำอะไรกับหุ้นของเราบ้าง บางคนอาจมั่นใจว่าถ้าเข้าออกถูกจังหวะก็สามารถหนีขาดทุนได้ แต่ถ้าอยากลงทุนระยะยาวแบบไม่เครียดและไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอทั้งวันสตางค์คุงว่าให้หนีห่างหุ้นประเภทนี้ให้ไกลดีกว่านะครับ

“หุ้นวัฐจักร” ตัวอย่างของหุ้นวัฐจักร เช่น หุ้นที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ (สินค้าที่มาตรฐานเดียวกันทั้งโลก เช่น ข้าว น้ำตาล น้ำมัน เหล็ก ฯลฯ) สินค้าโภคภัณฑ์มีความซับซ้อนสูง ความเคลื่อนไหวของราคาจะอิงกับราคาของตลาดโลกซึ่งมีความผันผวนซึ่งส่งผลให้กำไรของบริษัทไม่มีความสม่ำเสมอ และสุดท้ายก็ส่งผลให้ราคาของหุ้นมีความผันผวนตามไปด้วย หุ้นวัฐจักรจะมีรอบระยะเวลาของตัวเอง และต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจที่ค่อนข้างเฉพาะทางเกี่ยวกับวัฐจักรของสินค้านั้นๆ 

หุ้นวัฐจักรหลายๆตัวจะมีลักษณะวนลูป คือ กำไรจะโตได้ดีในช่วงสั้นๆซึ่งทำให้ราคาหุ้นขึ้นในลักษณะ “กระโดด”อย่างแรง แต่เมื่อสิ้นสุดวัฐจักรราคาจะตกลงมาอย่างรุนแรง ไม่ได้มีการสร้างฐานให้เติบโตได้อย่างหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งที่จะมีช่วงราคาตกต่ำแค่ชั่วคราวและฟื้นกลับมาทำกำไรได้ดีกว่าเดิมในระยะยาว

“หุ้นร้อนแรง” อาจจะเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานกิจการที่ดี บริษัทสามารถทำกำไรได้สม่ำเสมอ และมีโครงการที่จะทำให้กิจการสามารถเติบโตได้ในระยะยาว ด้วยคุณภาพที่ดีของกิจการรวมถึงภาพลักษณ์ที่(อาจจะ)ดีของกิจการก็มักจะดึงดูดให้คนมาลงทุนและผลักราคาขึ้นไปสูงๆ จนกระทั่งแพงจนเกินความเป็นจริง (สามารถสังเกตหุ้นร้อนแรงได้จากP/Eที่สูงปรี๊ด แบบว่าต้องทำกำไรกันหลายสิบปีไปจนถึงร้อยปีถึงจะคืนทุนกันเลยทีเดียว) หุ้นร้อนแรงก็เหมือนสินค้าที่คนแย่งกันซื้อในช่วงที่ป๊อบปูล่าร์ พอคนในตลาดเริ่มรับรู้ได้ว่าตัวเองได้ตั้งความคาดหวังไว้สูงกว่าความเป็นจริง ก็จะเกิดปรากฏการณ์ “ตลาดวาย” ราคาหุ้นตกแบบร่วงกราว ไม่ต่างอะไรจากหุ้นปั่นเลย

“หุ้นที่เราไม่เข้าใจ” หุ้นในตลาดหลักทรัพย์จะมีบริษัทที่สามารถทำความเข้าใจลักษณะการดำเนินงานของกิจการได้ง่าย เป็นที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น ธุรกิจซื้อมาขายไป ห้างสรรพสินค้า ค้าปลีก ไปจนถึงหุ้นของกิจการที่เข้าใจได้ยากอย่าง ปิโตรเคมี หรือ บริษัทสำรวจแหล่งพลังงาน 

ในขณะที่เราคุ้นเคยกับการเดินห้างสรรพสินค้า หรือไม่ก็ซื้อของตามร้านค้าปลีก แต่เราคงไม่ได้อยู่ดีๆจะไปเดินเล่นบนแท่นขุดเจาะน้ำมัน หรือเอาหนังสือเกี่ยวกับปิโตรเคมีมาอ่านเล่นใช่มั้ยครับ?

การที่เราลงทุนในกิจการที่เข้าใจยากหรือเราไม่เข้าใจจะส่งผลเสียกับเราหลายๆอย่างเช่น เราไม่สามารถเข้าใจว่ากำไรขึ้นลงเพราะอะไร เราบอกไม่ได้ว่าควรซื้อหรือขาย ตอนไหนเวลาไหน บอกไม่ได้ว่าเหตุผลในการซื้อหรือขายเพราะอะไร มันก็จะเหมือนกับการที่เราเดาสุ่มและผลลัพธ์ที่ได้ก็คงไม่แตกต่างจากการเล่นพนันนั่นเอง

“หุ้นในกิจการตะวันตกดิน” คือหุ้นในบริษัทที่ธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงถดถอย หรือสินค้ากำลังสูญเสียความนิยมเนื่องจากถูกแทรกแซงโดยสินค้าทดแทนใหม่ๆ ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่ถูกผู้ผลิตเนื้อหาทางช่องทางonlineตีตลาด กิจการจะค่อยๆถดถอยลงซึ่งก็จะส่งผลให้กำไรของบริษัทลดลงในอนาคต ราคาของหุ้นจะถูกลงได้เรื่อยๆ เข้าข่ายว่าถูกแล้วก็ยังจะถูกได้อีกซึ่งก็ไม่ค่อยดีกับการลงทุนในระยะยาวเท่าไหร่ 

ตอนนี้เราก็มีวิธีเลือกหุ้นในการลงทุนระยะยาวกันแล้วนะครับ แต่นอกจากวิธีการคัดกรองหุ้นที่ดีแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือการอดทนในการถือหุ้นให้ได้เป็นระยะเวลาที่นานเพียงพอให้การลงทุนของเราออกดอกออกผล และที่สำคัญยิ่งกว่าคือการอดทนรอที่จะไม่ซื้อหุ้นเมื่อยังไม่ตัวเจอตัวที่ใช่ก็สำคัญไม่แพ้กันนะครับ

ถ้าเรามีวินัย พยายามลงทุนตามเกณฑ์ที่เรากำหนด โดยไม่ปล่อยให้อารมณ์อยากซื้ออยากขายเพียงชั่วคราวมาทำลายกฏที่เราตั้งไว้ ความสำเร็จในการลงทุนระยะยาวก็คงจะอยู่ไม่ไกลแล้วนะครับ