มือใหม่ลงทุนหุ้น ระวัง7ข้อผิดพลาดที่คุณอาจไม่รู้ตัว

สวัสดีคร้าบ เพื่อนๆ ชาว SBI Thai Online วันนี้สตางค์คุงอยากจะชวนเพื่อนๆ ให้ลองสำรวจตัวเองเกี่ยวกับการลงทุนที่ผ่านๆ มากันสักหน่อย สตางค์คุงคิดว่าเพื่อนๆ ทุกคนก็น่าจะเคยผ่านจุดที่ต้องขาดทุนกันมาบ้าง ซึ่งการขาดทุนของแต่ละคนในแต่ละครั้ง ก็คงจะเกิดจากความผิดพลาดที่แตกต่างกันไป และในเมื่อความผิดพลาดเหล่านี้เกิดขึ้นมาแล้ว สิ่งที่เพื่อนๆ น่าจะสามารถทำได้ดีที่สุด คือ เรียนรู้จากมันนั่นเอง
อย่างไรก็ดี สตางค์คุงก็อยากจะลองแชร์ประสบการณ์ความผิดพลาดที่ผ่านมาให้เพื่อนๆ ได้ลองไปเอาคิด หรือหาวิธีหลีกเลี่ยงที่จะทำความผิดพลาดเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะมือใหม่ที่อาจจะยังไม่ทันได้ทำความผิดพลาดเหล่านี้ ก็จะได้จัดการไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น

“ไม่ขายไม่ขาดทุน” – วลียอดฮิตสำหรับคน ‘ติดดอย’ เป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่นักลงทุนส่วนมากเคยทำ ทั้งๆ ที่เราสามารถจะออกจากสถานะขาดทุนได้ตั้งแต่ยังน้อยๆ แต่ด้วยธรรมชาติของมนุษย์เราที่ไม่อยากจะเป็นคนผิด ก็ทำให้เรายอมอดทนถือขาดทุนต่อไปเรื่อยๆ และได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งราคาจะกลับขึ้นมาได้ โดยปกติแล้ว ความผิดพลาดข้อนี้จะรุนแรงมากกว่าปกติ หากเป็นการไล่ซื้อหุ้นที่กำลังร้อนแรงและวิ่งขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เพราะในสถานการณ์แบบนั้นมักจะเป็นช่วงที่งานเลี้ยงใกล้จะเลิกราแล้ว หากเรายังทนถือต่อไปหลังจากหุ้นกลับทิศลงมา ก็มีโอกาสจะติดดอยกันยาวๆ ได้นะครับ

“ซื้อเฉลี่ยขาลง” – นอกจากไม่ขายไม่ขาดทุนแล้ว การเข้าไปซื้อเฉลี่ยขาลงเป็นเหมือนการซ้ำเติมความผิดพลาดเข้าไปอีก นอกจากทุนก้อนเดิมที่กำลังขาดทุนอยู่แล้ว การเข้าไปซื้อหุ้นตัวเดิมเพิ่มเข้ามาอาจจะทำให้เราขาดทุนจากการซื้อครั้งใหม่เพิ่มเข้าไปอีก 
ดูเผินๆ เหมือนกับว่าการซื้อเฉลี่ยขาลงจะช่วยให้ต้นทุนเฉลี่ยเราถูกลง แต่อีกมุมหนึ่งเราอาจจะกำลังเลือกหุ้นผิดตัว และการที่หุ้นวิ่งลงหลังจากที่เราเข้าไปซื้อ ก็เป็นสัญญาณเตือนในเบื้องต้นให้เราต้องทบทวนว่า ‘สิ่งที่เราคิดในตอนแรกถูกต้องหรือไม่?’ จริงๆ แล้วมีคนเคยพูดไว้ว่า ‘การซื้อเฉลี่ยขาลง ก็เหมือนกับเอามือไปรับมีดที่กำลังตกลงมา’ ถ้าเราไม่ชำนาญ ก็ระวังมีดจะบาดมือได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้น หากเพื่อนๆ ยังมั่นใจว่าเราคิดถูก ก็อาจจะรอให้หุ้นที่เราซื้อเริ่มวิ่งขึ้นไปก่อนสักหน่อยแล้วจึงซื้อเพิ่ม แม้ต้นทุนเราจะสูงขึ้น แต่ก็เป็นการช่วยยืนยันว่าเราน่าจะคิดถูก

“ไม่มีกฎในการซื้อขาย หรือมีแล้วแต่ไม่ทำตาม” – กฎหรือวิธีที่นักลงทุนใช้เพื่อตัดสินใจซื้อขาย คือองค์ประกอบสำคัญของนักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จ หรือหากเพื่อนๆ มีกฎซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าน่าเชื่อถืออยู่กับมือ แต่มันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าไม่มีวินัยที่จะทำตาม นอกจากกฎจะช่วยให้เพื่อนๆ มีวิธีตัดสินใจซื้อขายอย่างเป็นระบบแล้ว เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้น สิ่งนี้ยังจะช่วยให้เราหาสาเหตุและปรับปรุงแก้ไขความผิดพลาดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

“ซื้อตามข่าวลือ” – ข่าวลือเหมือนเป็นของคู่กันกับตลาดหุ้น และยังเป็นสิ่งที่ทำให้นักลงทุนหลายต่อหลายคนหลงผิดไปได้ง่ายๆ ‘เขาว่างบจะดีอย่างงั้น จะมีร่วมทุนอย่างงี้ นี่ข้อมูลวงในเลยนะ’ หรืออีกสารพัดข่าวลือในตลาด สตางค์คุงอยากให้เพื่อนๆ ที่เข้ามาลงทุนมีสติและไตร่ตรองข้อมูลที่ได้รับมาให้มากๆ อยู่เสมอ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ข้อมูลที่ว่าเป็นวงในนั้น ส่วนมากมักจะผ่านการส่งต่อมาหลายทอดแล้ว ซึ่งกว่าจะถึงเราก็อาจจะสายเกินไปเสียแล้ว

“อยากรวยเร็ว จนลงทุนเกินตัว” – แน่นอนว่าทุกคนที่เข้ามาในตลาดหวังว่าจะได้รับกำไรกลับออกไป จนในบางครั้งทำให้เราพยายามมองหาทางลัด เพื่อจะประสบความสำเร็จโดยง่ายและโดยเร็ว ซึ่งการกระทำเช่นนี้มักจะทำให้เราลงทุนเกินกว่าสิ่งที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนเกินทุนที่มี อย่างการการทุ่มทุนทั้งหมดไปกับการลงทุนเพียงครั้งเดียว โดยที่ไม่รู้ว่าความเสี่ยงมากสุดคือเท่าไหร่ หรืออีกทางหนึ่งคือการลงทุนเกินความรู้ที่มี อย่างการพยายามเข้าไปลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราทดสูง เพื่อที่ว่าหากถูกทางจะได้กำไรมากๆ แต่เรากลับยังไม่มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอ ก็มีโอกาสที่จะทำให้เราขาดทุนไปได้โดยง่ายเช่นกัน

“ไม่รู้จักอดทน” – ในส่วนนี้เป็นเรื่องของความอดทนทั้งต่อสถานการณ์ที่เรายังไม่ได้ซื้อหุ้น และซื้อหุ้นไปแล้ว เพื่อนๆ อาจจะเคยได้ยินคำว่า ‘ขายหมู’ กันมาบ้าง ซึ่งเป็นเพราะเรารีบขายทำกำไรออกมาเร็วเกินไป ทั้งๆ ที่เราเลือกหุ้นได้ถูกตัวแล้ว ส่วนอีกมุมหนึ่งคือการอดทนในขณะที่ยังไม่ได้ซื้อหุ้น หรือมีเงินสดเหลือ ซึ่งเพื่อนๆ บางคนอาจจะเกิดอาการ ‘คันไม้คันมือ’ มีเงินไม่ได้ ต้องซื้อสักหน่อย ทั้งๆ ที่สถานการณ์ในตอนนั้นอาจจะยังไม่ใช่จุดที่เราได้เปรียบ ทำให้เราต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา ไปโดยใช่เหตุ

“ขาดการทบทวนการลงทุน” – ข้อสุดท้ายที่มือใหม่หลายๆ คนอาจจะละเลยที่จะทำ คือการจดบันทึก และเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต สตางค์คุงเชื่อว่าการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เราพัฒนาได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเรียนรู้จากความผิดพลาดที่ทำลงไป และไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดนั้นๆ เกิดขึ้นมาซ้ำอีก เท่านี้เพื่อนๆ ก็จะค่อยๆ ลดความผิดพลาดลงไปเรื่อยๆ จนเหลือแต่รูปแบบการกระทำที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในท้ายที่สุด