ศัพท์หุ้นควรรู้ ฉบับ SBITO vol 2

สวัสดีครับ กับมาพบสตางค์คุงกลับมาอีกครั้ง พร้อมคำศัพท์ใหม่ๆ มาเล่าให้เพื่อนๆฟังนะครับ ใครมีคำศัพท์ที่อยากให้สตางค์คุงหาคำตอบให้ ก็บอกกันเข้ามาได้เลยนะครับ สตางค์คุงจะรับอาสาเป็นคนหาคำตอบให้เองครับ และสำหรับคำศัพท์นักเล่นหุ้นที่ผมจะมาแนะนำในวันนี้ รับรองว่าเป็นประโยชน์มากๆครับ ไปดูกันเลยครับ

“เคาะ” ก๊อกๆๆ ไม่ใช่เคาะประตู แต่เป็นการเคาะซื้อหุ้นนั่นเอง เคาะจึงหมายถึง การที่เราส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้น อย่างที่เคยได้ยินกันว่า เคาะซื้อหุ้นที่ราคา 10 บาท ก็คือการส่งคำสั่งซื้อหุ้นที่ราคา 10 บาท ครับ

ก๊อกๆๆ ไม่ใช่เคาะประตู แต่เป็นการเคาะซื้อหุ้นนั่นเอง เคาะจึงหมายถึง การที่เราส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้น อย่างที่เคยได้ยินกันว่า เคาะซื้อหุ้นที่ราคา 10 บาท ก็คือการส่งคำสั่งซื้อหุ้นที่ราคา 10 บาท ครับ

” Bid – Offer “
👉บิดมาจากคำภาษาอังกฤษ Bid หมายถึง ราคาเสนอซื้อหุ้นครับ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราต้องการจะซื้อหุ้น A ที่ราคา 11 บาท เราก็เสนอซื้อหรือบิดที่ 11 บาท (ขณะนั้นอาจจะราคา 11.5 บาท) เมื่อหุ้นราคาตกลงมาตามที่บิดไว้หรือราคาที่เสนอซื้อไป และบังเอิญตรงกับที่มีคนเสนอขายในราคานั้นพอดี เพื่อนๆก็จะได้ราคาตามที่เราบิดไว้ครับ
👉ออฟเฟอร์ แปลว่าเสนอ ซึ่งในทางหุ้น ออฟเฟอร์ หมายถึง เปิดขายหุ้น หรือการเสนอราคาขายหุ้นครับ เช่น เราต้องการเสนอขายหุ้น ที่ราคา 12 บาท เราจะเรียกว่า ออฟเฟอร์หุ้นที่ 12 บาทก็ได้ครับ

“Ceiling – Floor”
👉ลิ่ง หรือ ชื่อเต็มว่า ซีลลิ่ง (Ceiling) หมายถึง ราคาหุ้นขึ้นไปชนราคาเพดานของวัน หรือ ราคาหุ้นสูงขึ้นจนทำลายสถิติที่ผ่านมานั่นเอง ซึ่งโดยปกติแล้ว หุ้นแต่ละตัวจะมี ceiling อยู่ที่ 30% ของราคาปิดวันก่อนหน้า เช่น หากราคาปิดของหุ้น A เมื่อวานนี้ ปิดที่ราคา 10 บาท ดังนี้ Ceiling ของราคาหุ้น A ในวันนี้ จะอยู่ที่ 13 บาทนั่นเอง และหากราคาของหุ้น A ขึ้นไปแตะ 13 บาทเมื่อไหร่ แสดงว่าหุ้นตัวนั้น ลิ่ง นั่นเองครับ
👉ฟลอ หรือ floor ที่แปลว่าพื้นไงละครับ ดังนั้น เดาไม่ยากครับ ตรงกันข้ามกับลิ่งเลยครับ หมายถึง ราคาซื้อขายต่ำสุด ของหุ้นที่สามารถเป็นได้ในวันนั้น ๆ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นผู้กำหนดราคาโดยใช้เกณฑ์ที่ 30% ของราคาปิดในวันก่อนหน้า เหมือนกับลิ่ง และเพิ่มเติมเป็นความรู้ครับ การกำหนดราคาซื้อขายสูงสุดและต่ำสุดในแต่ละวัน ก็เพื่อต้องการลดความผันผวนของราคานั่นเอง

” ลาก “ 
ก่อนหน้านี้ผมได้เล่าความหมายของคำว่า เจ้า ไปแล้ว ส่วนคำว่าลาก ก็หมายถึงกริยาที่เจ้า ได้กระทำ คือการกวาดซื้อหุ้นในปริมาณที่มากพอจนดันราคาให้สูง หรือเจ้าลากราคาหุ้นขึ้นไป นั่นเอง

“ทุบ” ก็เป็นอีกคำหนึ่งที่เป็นอากัปกริยาของเจ้า คือ เจ้าทุบ ซึ่งหมายถึง การที่เจ้าเทขายหุ้นจนราคาร่วงต่ำลง หรือทุบราคาครับ ซึ่งหลายๆครั้งเม่าอย่างเราๆ ก็โดยเจ้าลากราคาขึ้นไป จนเราหลงบินเข้ากองไฟ แล้วทุบหุ้น พร้อมกับทุบเม่าให้ตายคามือ เศร้านะครับ ระวังกัน สตางค์คุงเป็นห่วงครับ