คุณเป็น Trader แนวไหน

ปัจจุบันโอกาสในการทำเงินในตลาดทุนเปิดกว้างขึ้นมาก จากสินทรัพย์ทางการเงินหลากหลายชนิด ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว และเครื่องมือในการวิเคราะห์หลักทรัพย์อีกมากมาย เพื่อนๆ อาจเคยได้ยินเรื่องของคนที่ทำกำไรก้อนโตจาก Trend Following หรือการทำกำไรโดยปราศจากความเสี่ยง (Arbitrage) แล้วเครื่องมือแบบไหนที่จะเหมาะกับเรา ในการช่วยวิเคราะห์ และตัดสินใจซื้อขาย ถ้าเพื่อนๆ ยังไม่มีแนวทางการเทรดของตัวเอง วันนี้สตางค์คุงขออาสา นำเสนอแนวทางการเทรดด้วยกลุยทธ์ต่างๆที่เป็นที่นิยมในหมู่เทรดเดอร์มืออาชีพ เพื่อเป็นไกด์ไลน์ในการเทรดให้เพื่อนๆ ในการค้นหากลยุทธ์และรูปแบบการเทรดที่เหมาะสมกับตัวเอง

Fundamental Trade
การเทรดโดยเน้นการวิเคราะห์ปัจจัยด้านพื้นฐานของบริษัท เทรดเดอร์จะทำการเฝ้าสังเกตถึงข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของผลการดำเนินงานของบริษัท โดยอาจทำการติดตามข่าวสาร มองหาความเปลี่ยนแปลงของต้นทุนการดำเนินงาน หรือเหตุการณ์พิเศษที่สร้างผลกระทบต่อกำไรของบริษัท หลักสำคัญของการเทรดโดยใช้ปัจจัยพื้นฐานไม่ใช่ตัวเลขทางการเงิน แต่เป็นการเข้าใจถึงตัวธุรกิจที่เราสนใจอย่างถ่องแท้ โดยปกติแล้วการเทรดโดยใช้ปัจจัยพื้นฐานจะถือสถานะในระยะยาว เพราะโครงสร้างของบริษัทไม่ได้เปลี่ยนกันทุกวัน อาจใช้เวลาหลายเดือน หรือหลายปี

Noise Trade
โดยทั่วไป Noise Trader จะตัดสินใจซื้อขายโดยวิเคราะห์จากปัจจัยด้านเทคนิคมากกว่าพื้นฐานของบริษัท พวกเขาจะใช้เวลาในการศึกษารูปแบบราคา รวมทั้งเครื่องมือทางเทคนิคหลากหลายชนิด เพื่อจับจังหวะตลาด และทำกำไรในระยะสั้นๆ การเทรดในลักษณะนี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะความเร็วในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ตรงหน้าจะคือความได้เปรียบหรือเสียเปรียบของตัวเทรดเดอร์เอง

Sentiment Trade 
“The Trend is your friend” เป็นคำที่อธิบายถึง Sentiment Trader ได้ดีที่สุด พวกเขาไม่ได้พยายามที่จะเฝ้นหาสุดยอดหุ้นที่ยังไม่มีใครค้นพบ แต่จะกระโดดเกาะไปกับหุ้นที่แสดงความแข็งแกร่งของแนวโน้มออกมาแล้ว (Trend Following) 
เทรดเดอร์จะใช้ทั้งปัจจัยพื้นฐาน และเครื่องมือทางเทคนิคทุกรูปแบบเพื่อค้นหา และระบุบแนวโน้มของสินค้าที่สนใจ และจะถือสถานะจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของแนมโน้มเกิดขึ้น

Market Timer 
ลักษณะ การเทรดแบบ Market Timer จะตรงข้ามกับ Sentiment Trade แบบสุดขั้ว เพราะพวกเขารักที่จะซื้อตอนที่ราคายังไม่ขยับขึ้น และขายก่อนที่ราคาจะตกลงมา เป็นการเทรดแบบคาดเดาทิศทางราคาล่วงหน้า โดยใช้เครื่องมือทางเทคนิค และตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ในการช่วยวิเคราะห์และพยากรณ์ราคาในอนาคต Market Timer เป็นการเทรดที่ยาก เพราะนอกจากบททดสอบด้านการวิเคราะห์ตลาดแล้ว ยังต้องพบกับบททดสอบด้านจิตใจอีกด้วย บ่อยครั้งเทรดเดอร์ต้องมีมุมมองที่แตกต่างจากฝูงชน ซื้อตอนที่คนอื่นเขาขาย และขายตอนที่คนส่วนใหญ่เลือกซื้อ ความอดทนจึงเป็นอีกกุญแจสำคัญของเหล่า Market Timer

Arbitrage Trade
การเทรดแบบ Arbitrage คือการทำกำไรจากส่วนต่างของราคาสินค้าชนิดเดียวกัน ในตลาดสองตลาด ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดประสิทธิภาพของตลาดในระยะเวลาหนึ่ง ทำให้สินค้าชนิดเดียวกัน กลับมีราคาที่แตกต่างกัน เหล่าเทรดเดอร์ที่มองเห็นโอกาสจะทำการซื้อถูกมาขายแพง โดยใช้ส่วนต่างราคาเล็กๆในการทำกำไรและไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์หรือคาดเดาทิศทางราคาแต่อย่างใด ยกตัวอย่างการทำ Arbitrage ในตลาดหุ้นบ้านเราเช่น 

หุ้น Z ราคา 5 บาท
Warrant หุ้น Z ที่มีสิทธิ์แปลงเป็นหุ้น Z ในราคา 4.5 บาท (ขออนุญาตเรียกว่า Z-W1)
ถ้าก่อนวันใช้สิทธิ์ เราสามารถเข้าซื้อ Z-W1 ได้ที่ราคา 0.30 บาท เท่ากับว่าเรามีต้นทุน 
(0.30 + ราคาใช้สิทธิ 4.5) = 4.80 บาท ทำให้เกิดส่วนต่างจากราคาหุ้น Z ที่ 5 บาท 
เราจึงได้กำไร 0.20 บาทต่อหุ้น

เป็นยังไงบ้างสำหรับกลยุทธ์การเทรดที่สตางค์คุงนำฝากเพื่อนๆ ในวันนี้ หวังว่าเพื่อนๆ จะได้แนวทางใหม่ๆ ไปใช้ในการเทรดนะครับ สุดท้ายที่สตางค์คุงอยากจะฝากคือ ไม่มีกลยุทธ์ไหนที่ดีหรือแย่ไปกว่ากัน แต่เราควรจะเลือกใช้อันที่เหมาะสมกับลักษณะนิสัยของเรา เพื่อความสบายใจในการลงทุนครับ