ตรวจสภาพคล่องก่อนการลงทุน ด้วยงบกระแสเงินสดฉบับพกพา

ถ้าเราเปรียบเทียบงบการเงินของธุรกิจเป็นเหมือนกับรถยนต์ สินทรัพย์คือ ตัวถัง เปรียบเหมือนโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท กำไรขาดทุนคือ แรงม้า ที่จะวัดความเร็วการเคลื่อนที่ของธุรกิจ เงินสดนั้น คือน้ำมันเชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงให้ทุกๆส่วนประกอบสามารถทำงานได้ รถยนต์ถึงแม้ภายนอกจะดูหรูหราเพียงใด ถ้าไม่มีน้ำมัน ก็ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ เช่นเดียวกันในการที่จะขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้ากระแสเงินสดของบริษัทจึงเป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กับตัวเลขของผลกำไรขาดทุนเลย เพราะฉะนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับงบกระแสเงินสด จะช่วยทำให้เพื่อนๆสามารถค้นพบสุขภาพทางการเงินที่แท้จริง และทราบถึงคุณภาพของกำไรของบริษัทได้ครับ

งบกระแสเงินสด หมายถึง งบการเงินที่แสดงถึง การได้มาและการใช้ไป ของเงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสด (เงินทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง) ซึ่งจะทำให้เพื่อนๆทราบถึงสภาพคล่อง และกระแสเงินสดที่ไหลเวียนในกิจการ โดยสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆผ่านงบการเงิน หรือข้อสนเทศบริษัทจดทะเบียน (Factsheet)

งบกระแสเงินสดแบ่งเป็น 3 กิจกรรมหลักๆ 
  👉กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน
  👉กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน
  👉กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน

กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน (Operation Activities) คือ กระแสเงินสดจากกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้ และค่าใช้จ่ายของบริษัท

ตัวอย่างรายการของกระแสเงินสดเข้า
– เงินสดที่ได้รับจากการขายสินค้า และการให้บริการ (+)
– เงินสดที่ได้รับจาก ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า (+)
– เงินสดที่ได้รับจากการชำระหนี้จากลูกค้า (+)

ตัวอย่างรายการของกระแสเงินสดออก
– เงินสดที่จ่ายให้กับ Supplier เพื่อซื้อวัตถุดิบ (-)
– เงินสดที่ใช้จ่ายเงินเดือนพนักงาน (-)
– เงินสดที่จ่ายให้แก่เจ้าหนี้การค้า (-)
บางครั้งถึงแม้ตัวเลขของผลกำไรจะออกมาเป็นบวก แต่ตัวเลขของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานสามารถออกมาติดลบได้ เนื่องจากบริษัทอาจยังไม่สามารถเก็บเงินจากลูกค้า หรือเงินจมอยู่ในสต๊อคสินค้า ถ้าตัวเลขเป็นลบติดๆกันหลายไตรมาส เพื่อนๆอาจต้องระวังถึงเรื่องสภาพคล่องของบริษัทด้วย เพราะฉะนั้นกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน ควรมีค่าเป็นบวก แสดงถึงว่า กิจการมีกำไร และได้รับเป็นเงินสดแล้ว

กระแสเงินสดจากการได้มา และจำหน่ายสินทรัพย์ระยะยาว เช่นที่ดินอาคาร หรืออุปกรณ์ต่างๆ โดยการอ่านกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน จะทำให้เราทราบถึงรายจ่ายที่ใช้ไปเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรที่สามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทในอนาคต

ตัวอย่างรายการของกระแสเงินสดเข้า
– เงินสดที่ได้รับจากการขายที่ดินอาคาร และอุปกรณ์ (+)
– เงินสดที่ได้รับคืนจากการปล่อยกู้ให้แก่บุคคลอื่น (+)

ตัวอย่างรายการของกระแสเงินสดออก
– เงินสดจ่ายเพื่อซื้อที่ดินอาคาร และอุปกรณ์ (-)
– เงินสดที่ให้กู้ยืมแก่บุคคลอื่น (-)
กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน มักจะมีค่าเป็นลบ เพราะกิจการส่วนใหญ่จะมีการลงทุนอยู่เสมอเพื่อขยายธุรกิจ การที่ตัวเลขออกมามีค่าเป็นบวก ถึงแม้จะได้รับเงินสดเข้ามาในกิจการ แต่นักลงทุนอาจจะไม่สามารถคาดหวังถึงผลกำไรจากการลงทุนใหม่ๆในอนาคตได้เช่นกัน

กระแสเงินสดจากการจัดหา กู้ยืม เงินลงทุนมาให้กับบริษัท และรวมถึงการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นด้วย

ตัวอย่างรายการของกระแสเงินสดเข้า
– เงินสดที่ได้รับจากการจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน หรือการออกจำหน่ายใบสำคัญแสดงสิทธิ (warrant) (+)
– เงินสดที่ได้รับจากการออกหุ้นกู้ (+)
– เงินสดที่ได้รับจากการกู้ยืม (+)

ตัวอย่างรายการของกระแสเงินสดออก
– เงินสดที่ใช้จ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น (-)
– เงินสดที่ใช้จ่ายเพื่อไถ่ถอนหุ้นกู้ (-)
– เงินสดที่ใช้เพื่อชำระเงินกู้ยืม (-)

ค่าที่เป็นบวกของกระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงิน หมายถึง บริษัทมีการกู้ยืมเงินทั้งระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งจะทำให้เกิดภาระการชำระหนี้ และดอกเบี้ยในอนาคต เราจึงต้องพิจารณาให้ดีว่ากิจการนั้นได้นำเงินที่ได้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด

การศึกษาเกี่ยวกับงบกระแสเงินสดจะช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินสภาพคล่องของกิจการ และตรวจสอบความสามารถในการทำกำไรในรูปของเงินสดได้ เนื่องจาก “เงินสด” เป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินงานทราบถึงแหล่งที่มา และการใช้ไปของเงินสดในของทุกธุรกิจ การที่กิจการมีกำไรมากๆ ไม่ได้แปลว่าจะมีเงินสดมากเสมอไป ดังนั้นเพื่อนๆควรจะต้องดูงบกระแสเงินสดประกอบไปด้วย เพื่อให้กิจการ