เทรดให้กำไรอย่าง Pro Trader

เรื่องราวเกี่ยวกับการซื้อขายในตลาดหุ้น นับเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขว้างในปัจจุบัน ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยทะยานสู่ 1800 จุด มันคงไม่ยากเกินไปที่เราจะทำกำไรได้จากตลาดในบางครั้ง แต่การสร้างผลกำไรที่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จนสามารถใช้การเทรดเป็นอาชีพได้ ไม่ใช่ว่าใครจะทำกันได้ง่ายๆ และนี่คือประเด็นน่าสนใจที่สตางค์คุงอยากจะมาคุยกับเพื่อนๆในวันนี้ อะไรกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จในการซื้อขายของบรรดามือโปร ?

การพัฒนาหลักคิดที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการอยู่รอดในตลาดเก็งกำไร เทรดเดอร์มืออาชีพจะเริ่มจากการเรียนรู้ทำความเข้าใจถึงบุคลิค และจิตใจของตน ซึ่งการที่เรารู้จักนิสัยใจคอของตัวเอง จะทำให้เราสามารถเลือกวิธีการเทรดที่เหมาะสมได้ แม้ว่าเราจะพบวิธีที่คนอื่นใช้แล้วประสบความสำเร็จอย่างมากมาย แต่ถ้าวิธีนั้นไม่ตรงกับจริตของเทรดเดอร์ก็เป็นการยากที่จะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ถ้าเราเป็นคนที่ชอบใช้เวลาในการวิเคราะห์หรือเลือกหุ้นนานๆ จะมาเทรดแบบ Day-trade ที่ต้องอาศัยความชำนาญในการวิเคราะห์ข้อมูลในระยะสั้นเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการซื้อขาย ก็อาจจะพบกับการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นการฝืนธรรมชาติของตัวเองเกินไป การเรียนรู้ที่จะเข้าใจนิสัยของตัวเองจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา และเลือกเทคนิคการเทรดที่เหมาะสม ซึ่งวิธีที่เหมาะสมนั้นอาจจะไม่ใช่วิธีที่ทำกำไรได้มากที่สุดในระยะสั้น แต่จะสามารถช่วยให้เราอยู่รอดปลอดภัย และทำกำไรจากตลาดได้ในระยะยาว

โปรเทรดเดอร์จะไม่เทรดไปตามความรู้สึก แต่พวกเขาจะมีกลยุทธ์ในการเทรดที่ชัดเจน ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในข้อแตกต่างที่เด่นชัดที่สุดระหว่างมืออาชีพ และมือสมัครเล่น เทรดเดอร์มืออาชีพรู้ว่าเขามองหาอะไรในตลาด และมีรูปแบบการทำกำไรที่ชัดเจน เช่นกลยุทธ์แบบ Breakout (ซื้อเมื่อราคาทะลุผ่านแนวต้านสำคัญ) หรือ กลยุทธ์แบบ Pullback (รอซื้อเมื่อราคาลงมาถึงแนวรับ) ซึ่งเทรดเดอร์จะเทรดก็ต่อเมื่อมีหุ้นที่เข้าเงื่อนไขในการซื้อเท่านั้น โดยไม่เสียเวลาเพื่อมองหาหุ้นที่อยู่นอกขอบเขตเของกลยุทธ์ที่เขาใช้ กลยุทธ์ในการเทรดนั้นสามารถพัฒนาขึ้นมาจากการวิเคราะห์ทางเทคนิค การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน หรือใช้ทั้งสองอย่างก็ได้ แต่เทรดเดอร์จะรู้ถึงจุดแข็ง และจุดอ่อนของกลยุทธ์ที่ตนใช้ เพื่อเลือกสภาพวะตลาดที่เอื้ออำนวยต่อการเทรด

ถ้าคุณกำลังเลือกซื้อหุ้นตัวหนึ่งโดยมองว่า “ถ้าฉันซื้อจำนวนเท่านี้ และถ้ามันขึ้นไปเท่านี้ ฉันก็จะได้กำไรเท่านี้” แปลว่าคุณยังไม่เข้าใจการบริหารความเสี่ยงมากพอ เทรดเดอร์หลายคนที่ได้กำไรมาต่อเนื่อง แต่ต้องจบลงด้วยการขาดทุนเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าเราจะมีระบบการเทรดที่ดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่สามารถวางขนาดการเทรด (Position Size) ที่เหมาะสมได้ก็อาจจะทำให้เราพบการขาดทุนขนาดใหญ่ได้เช่นกัน โปรเทรดเดอร์จะเริ่มคิดจากขาดทุน ก่อนที่จะคิดถึงกำไร พวกเขาจะกำหนดขนาดความเสี่ยง หรือจำนวนเงินที่ใช้เดิมพันไว้ล่วงหน้าเสมอ

วางแผนจะเข้าซื้อหุ้น AAA ที่ราคา 10 บาท และตั้ง Stop loss ไว้ที่ 9 บาท โดยกำหนดว่าการเทรดครั้งนี้จะขาดทุนไม่เกิน 5,000 บาท เพราะฉะนั้นจำนวนหุ้นที่เข้าซื้อก็จะถูกกำหนดมาอย่างชัดเจนว่าซื้อได้แค่ 5,000 หุ้น [(ต้นทุน – Stop loss) x จำนวนหุ้น = ความเสี่ยงที่จะรับ] ถึงแม้ว่าเขาจะมั่นใจแค่ไหนก็ตาม ก็จะซื้อแค่ 5,000 หุ้น เพราะไม่มีเทรดเดอร์คนไหนสามารถเทรดได้กำไรทุกครั้ง การมีกลยุทธ์ที่ดี ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเทรดเดอร์ทุกคนที่ต้องการอยู่รอดในระยะยาว

แผนการเทรด (Trading Plan) จะประกอบไปด้วย
1. การกำหนดจุดเข้าซื้อ หรือสัญญาณในการเข้าเทรด
2. การกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop loss)
3. การกำหนดเป้าหมายกำไร (Target)
4. การวางแผนการเงิน (Money Management)

การวางแผนการเทรดไว้ล่วงหน้าจะทำให้โปรเทรดเดอร์สามารถตัดอารมณ์ร่วมจากการเทรดได้เพราะบางครั้งความผันผวนระยะสั้นในตลาดก็อาจจะทำให้เทรดเดอร์ตอบสนองอย่างที่ไม่ควรจะเป็นได้เช่น เห็นหุ้นขึ้นแรงๆ แล้วเข้าไปไล่ราคา เพราะโลภอยากได้กำไร หรือขายตามอารมณ์ Panic ของตลาดทั้งๆที่ยังไม่ถึงจุด Stop loss เพราะความกลัว 
การมีแผนการเทรดที่ดีจึงจะช่วยให้เทรดเดอร์รับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้า และความผันผวนในระยะสั้นได้

มันไม่มีความสำเร็จอะไรที่ได้มาอย่างง่ายดาย หลายคนอาจมองว่าเทรดเดอร์เป็นงานสบาย เพราะแค่นั่งเฝ้าอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็สามารถทำเงินได้ แต่จริงๆแล้วเบื้องหลังของคนที่ประสบความสำเร็จในวงการเทรด ต่างเป็นบุคคลที่ทุ่มเท และอุทิศตนในการหาความรู้ใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ พวกเขาจะเรียนรู้ทั้งจากประสบการณ์ของตัวเอง และของผู้อื่น อย่ากลัวที่จะยอมรับว่าเราไม่รู้ และอย่าหยุดที่จะเรียนรู้ สนามการเทรดเป็นเหมือนการวิ่งมาราธอน มากกว่าการวิ่งแค่ 100 เมตร เพราะฉะนั้นการฝึกฝนพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องจึงเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของความสำเร็จของเหล่าบรรดาโปรเทรดเดอร์

การซื้อขายสำหรับมืออาชีพนั้น มีลักษณะเหมือนกับงานประจำมากกว่าการใช้ชีวิตที่ดูหรูหรา เพราะการเทรดนั้นเป็นทักษะที่เฉพาะเจาะจงไม่สามารถจะฝึกกันให้ชำนาญได้เพียงช่วงข้ามคืน แต่ต้องอาศัยความทุ่มเท เวลาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สตางค์คุงหวังว่าการเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีคิด และวิธีการเทรดของเหล่ามืออาชีพในวันนี้ จะสามารถช่วยให้เพื่อนๆนำหลักคิดไปปรับใช้เพื่อพัฒนาการเทรดของตัวเอง และสร้างผลกำไรจากตลาดได้อย่างยั่งยืนนะครับ