SET Q1/2019 เป็นอย่างไร และ Q2 ลงทุนอะไรดี?

จากปลายปี 2018 ที่ผ่านมาถึงไตรมาส 1 ปี 2019 มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายและเชื่อว่าอารมณ์ของนักลงทุนคงจะเบื่อๆ เซ็งๆกันได้จากปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้น บทความนี้จะมาสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟังและให้มุมมองว่าเราจะลงทุนอย่างไรกันต่อใน Q2/2019

SET และเหตุการณ์ใน Q1/2019
ถึงแม้หลายๆคนอาจจะมีมุมมองว่า SET มันไม่เห็นจะไปไหนเลย ขึ้นๆลงๆ แต่ถ้าไปมองข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศจะเห็นได้ว่า จากปลายปีที่แล้ว SET Index ปรับตัวขึ้นใน Q1/2019 ถึง 4.8% พร้อมๆกับ P/E ของตลาดที่ปรับตัวเพิ่มจาก 14.9 เป็น 17.1 ซึ่งหมายความว่าราคาหุ้นแพงขึ้นกว่าเดิม ส่วนอัตราเงินขึ้นปันผลของตลาดอยู่ที่ 3.16%

เหตุการณ์สำคัญในช่วง Q1/2019 นั้นก็คงหนีไม่พ้นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ต้องติดตามกันต่อไปเพราะส่งผลต่อซัพพลายเชนการผลิตและตัวเลขการส่งออก อย่างไรก็ตามถ้ามองยุทธศาสตร์ของจีนในระยะยาวในการตั้งเป้าเป็นผู้นำอุตสาหกรรมของโลก รวมถึงโครงการ One Belt-One Road เชื่อมต่อเศรษฐกิจก็จะเห็นได้ว่าจีนน่าจะยังมีความแข็งแกร่งในระยะยาว ส่วนปัจจัยในประเทศที่สำคัญคือผลการเลือกตั้งในปี 2562 ที่ทุกคนยังรอดูว่าใครจะได้เป็นรัฐบาลและนโยบายของประเทศไทยจะเดินหน้าและมีทิศทางอย่างไร การลงทุนของรัฐบาลในเมกะโปรเจคยังเป็นปัจจัยผลักดันการเติบโตในระยะยาวและรัฐบาลในปัจจุบันก็ยังคอยกระตุ้นการบริโภคของประชาชนผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เราจะเห็นข่าวออกมาเรื่อยๆตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ส่วนปัจจัยฝุ่นพิษที่เป็นปัญหาหนักๆในประเทศนั้นดีขึ้นน่าจะทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวกลับมาดีเช่นเดิม

สำรวจหุ้นที่ยังมีความแข็งแกร่ง
จะเห็นได้ว่าแม้เศรษฐกิจจะพบปัจจัยในแง่ลบและทำให้เกิดการชะลอตัวต่างๆ แต่ในแง่ของการบริโภค-ค้าปลีก การท่องเที่ยว การบริการ การลงทุนต่างๆก็ยังเป็นสิ่งที่ลงทุนได้ ส่วนการค้าการส่งออกและผลการเลือกตั้งนั้นอาจจะต้องคอยติดตามทิศทางกันอีกครั้งหนึ่ง

มาดูตัวอย่างของบริษัทที่น่าสนใจจากผลประกอบการดี

HMPRO
Home Pro เป็นบริษัทค้าปลีกของใช้ต่างๆภายในบ้าน หุ้นตัวนี้เป็นหุ้นที่น่าสนใจ มีการทำกิจกรรมและขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง หากเราดูที่รายได้และผลกำไรจากการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปี 2561 นั้น เป็นหุ้นที่ไม่เคยมีรายได้และกำไรสุทธิลดลงเลยในระยะเวลา 4 ปี โดยรายได้ในปี 2561 อยู่ที่ 66,049.91 ล้านบาทและมีกำไร 5,612.62 ล้านบาท ROE 29.12% และ อัตรากำไรสุทธิ 8.50%

ROBINS
หุ้นค้าปลีกอีกบริษัทหนึ่งที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีคือโรบินสันที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รายได้และกำไรสุทธิตั้งแต่ปี 2558 – 2561 ยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยผลการดำเนินงานปี 2561 นั้นรายได้รวม 32,106.68 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,936.69 ล้านบาท ROE 17.02% และอัตรากำไรสุทธิ 9.15%

เห็นผลการดำเนินงานเติบโตขึ้นแต่ลองมาดูราคาหุ้นตัวนี้ดูสิ ในช่วงท้ายปี 2560 ราคาไปถึง 73 บาทต่อหุ้น ตอนนั้น PE 27.66 เท่า แต่พอมาถึงปี 2561-ไตรมาสแรกปี 2562 ราคาหุ้นลดลงมาพร้อมๆกับ P/E ในวันที่ 29 เมษายน 2562 ราคาหุ้นเหลือเพียง 57.75 และ P/E 21.84 เท่า นั่นหมายความว่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าแล้ว ผลประกอบการดีขึ้นสวนทางกับหุ้นที่ราคาต่ำลงอีกด้วย อย่างไรก็ตามการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอผลประกอบการในอนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ นักลงทุนจึงต้องระมัดระวังในการลงทุน

ข้อแนะนำในการลงทุน
ภายใต้ปัจจัยต่างๆที่ไม่แน่นอน นักลงทุนควรจะต้อง Screen หุ้นรายตัวดูว่าธุรกิจไหนที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว มีผลกระทบต่อปัจจัยระยะสั้นต่างๆไม่มาก หรือ หากมีกระทบก็ต้องมีความสามารถในการฟื้นกลับมาในระยะยาวได้ ทั้งนี้เราสามารถลงทุนในระยะยาวกับหุ้นได้ 2 แบบ

  1. Dollar Cost Average (DCA) : ด้วยการทยอยซื้อหุ้นที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาวโดยไม่สนใจความผันผวนและราคาขึ้นลงในระยะสั้น และใช้หลักคิดในการเรื่องการแบ่งเงินออมมาเป็นเงินลงทุนรายเดือนเพื่อรับความเสี่ยงและสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว
  2. Market Timing : หากใครที่มีเงินก้อนพร้อมลงทุนก็ลองหาหุ้นที่น่าจะเติบโตระยะยาวประเมินมูลค่าจากปัจจัยพื้นฐานและการเติบโตและอาศัยจังหวะการลงทุนหุ้นที่ดีในเวลาที่ราคาถูกและถือรอการเติบโตในอนาคตไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายๆให้เราได้ยินมาตลอดแต่หุ้นดีๆก็ยังมีให้เราลงทุนเรื่อยๆ