เปิดคัมภีร์ตารางประจำวันสไตล์เทรดเดอร์มือโปร

ปัจจัยที่ทำให้เทรดเดอร์ประสบความสำเร็จในตลาดการเงิน คือความมีวินัย เพราะนอกจากจะต้องต่อสู้กับเทรดเดอร์คนอื่น ก็ยังต้องต่อสู้กับอารมณ์ของตัวเองอีกด้วย อาชีพเทรดเดอร์ทั้ง Full-Time และ Part-Time ค่อนข้างจะมีอิสระสูง นักเทรดส่วนใหญ่อาจจะเผลอไม่ทำตามกฎที่วางไว้ได้ง่ายมาก และใช้อารมณ์มาติดสินใจในการเทรดมากกว่าเหตุผล ทำให้เกิดความผิดพลาดได้บ่อยครั้ง การวางแผนตารางประจำวันจึงมีความสำคัญมาก เพราะมันจะช่วยให้เราเพิ่มความมีวินัย และทำให้รักษาวินัยในการเทรดได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีผลต่อการพัฒนาจิตใจ และนำไปสู่การทำกำไรในระยะยาวอย่างแท้จริง สำหรับเพื่อนๆคนไหนยังไม่เคยวางแผนตารางประจำวันที่ใช้ในการเทรด วันนี้สตางค์คุงมีตัวอย่างง่ายๆให้เพื่อนๆได้นำไปทดลองใช้กันครับ

สิ่งที่ควรทำก่อนเวลาเทรด มีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

สิ่งแรกที่ควรทำหลังจากที่เราพบหุ้นที่น่าสนใจคือ การกำหนดกรอบเวลาในการลงทุนให้ชัดเจน ว่าจะเข้าเก็งกำไรสั้น กลาง หรือยาว เนื่อกจากความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของบรรดามือใหม่คือ การเข้าซื้อเพราะต้องการเก็งกำไรสั้นๆ แต่พอไม่เป็นไปตามแผน ราคาตกลงมาต่ำกว่าทุน กลับเปลี่ยนมาเป็นลงทุนระยะยาว โดยถือคติไม่ขายไม่ขาดทุน แต่การลงทุนเพราะตั้งใจจะลงทุน กับการลงทุนเพราะจำเป็นต้องลงทุนนั้นต่างกันมาก ถ้าโชคร้ายไปเจอกับหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานไม่ดีอาจทำให้เราพบกับการขาดทุนอย่างหนักได้ เพราะฉะนั้นเราควรวางกรอบเวลาให้ชัดเจนว่าต้องการจะเข้าเทรดแบบไหน

สิ่งที่จะทำให้เทรดเดอร์อยู่รอดได้ในระยะยาว ไม่ใช่ความสามารถในการทำกำไรเพียงอย่างเดียว แต่การรักษาเงินทุนในการเทรด ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้นการวางจุดตัดขาดทุนจึงเป็นสิ่งที่เราควรกำหนดไว้ล่วงหน้าเสมอ ในตลาดการเงินนั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราสามารถขาดทุนได้จากการเทรดที่เรามั่นใจที่สุด การวางความเสี่ยงที่สามารถรับได้ในแต่ละครั้ง จะทำให้เรารับมือกับความผันผวนในแต่ละวัน ซึ่งจะปกป้องเทรดเดอร์ทั้งด้านการเงิน และจิดใจ

แล้วสิ่งที่ควรทำในขณะเวลาเทรด มีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

หลายคนใช้เวลา 5-6 ชั่วโมงทุกวันในการจ้องความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นทุกเสี้ยววินาที การทำแบบนั้นไม่เป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกาย และจิตใจ เราควรตรวจสอบสถานะว่าถึงจุดตัดขาดทุน หรือจุดขายทำกำไรตามกรอบระยะเวลาที่เราวางไว้ตอนต้น เช่น ถ้าเราเข้าเก็งกำไรสั้นโดยใช้กราฟ Time frame 60 นาที ( ทุกๆ 60 นาทีจะแสดงกราฟราคา 1 แท่ง) เราก็อาจจะตรวดสอบสถานะทุกๆ 60 นาที เพื่อให้กราฟแสดงผลจนครบช่วงเวลาก่อน ก็จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ได้ดีขึ้น

บ่อยครั้งที่เราเทรดนอกแผนเพราะ ความผันผวนในระยะสั้นที่เข้ามากระทบต่อราคาหุ้น และจิตใจของเทรดเดอร์ เช่นราคาหุ้น AAA ปัจจุบันอยู่ที่ 4.50 บาท และเราตั้ง Stop loss ไว้ที่ 4.20 บาท แต่เมื่อตลาดหุ้น Panic ตกลงมาอย่างรุนแรง ทำให้ราคาหุ้น AAA ตกลงมาที่ 4.26 ด้วยความกังวลว่าตลาดจะลงต่อ ทำให้เราตัดขาดทุนทันทีก่อนที่ราคาจะถึงจุดตัดขาดทุน หรือในกรณีที่เราขายก่อนที่จะถึงราคาเป้าหมายเพราะกลัวว่าหุ้นจะตกลงมา และได้กำไรน้อยลง สิ่งเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคต่อเทรดเดอร์ในระยะยาว เพราะส่วนมากช่วงเวลาในการวางแผนการเทรด เราจะใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ เพราะในขณะเทรด หรือการส่งคำสั่ง อารมณ์ของตลาดในขณะนั้นๆ จะเข้ามามีอิทธิพลเหนือเหตุผลของเรา เทรดเดอร์จึงควรวางแผนก่อนการเทรดมาให้ดี และปล่อยหน้าที่ให้ตลาดเป็นผู้เฉลยคำตอบ

แล้วสิ่งที่ควรทำหลังเวลาเทรดหล่ะ มีอะไรบ้างน้า

สิ่งแรกที่ควรทำหลังตลาดปิด คือผ่อนคลาย ละทิ้งเรื่องเกี่ยวกับตลาดหุ้นไว้สักครู่ ถึงแม้ว่าผลลัพธ์ในวันนั้นจะออกมาเป็นกำไร หรือขาดทุนก็ตาม การได้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างหลังจากติดตามความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นมาทั้งวัน จะช่วยให้เทรดเดอร์ได้ผ่อนคลายทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ โดยอาจทำกิจกรรมง่ายๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้น เช่น การออกกำลัง การทำอาหาร หรือการทำสวน

หลังจากที่เราได้ผ่อนคลายเรียบร้อยแล้ว ให้นำการเทรดที่ดี และการเทรดที่ผิดพลาดในแต่ละวันมาวิเคราะห์ และจดบันทึกไว้ จะเป็นสิ่งที่ทำให้เทรดเดอร์พัฒนาทักษะการเทรดได้ดีที่สุด เพราะเมื่อเรารู้ว่าเทรดแบบไหนแล้วได้กำไร เราก็จะพยายามมองหารูปแบบของการเทรดแบบนั้นต่อไป ในทางตรงกันข้าม เมื่อเราพบรูปแบบการเทรดที่ทำให้เราขาดทุน เราก็จะสามารถย้ำเตือนตัวเองได้ในอนาคตเมื่อพบรูปแบบเช่นนั้น และจะช่วยให้ค่อยๆลดความผิดพลาดในการเทรดลงได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเทรดไม่ว่าจะเป็นวันที่กำไร หรือขาดทุน คือ การรักษาวินัยในการวางแผนการเทรด และยึดมั่นในแผนการเทรดอย่างสม่ำเสมอ ช่วงเวลาทั้งก่อนการเทรด ระหว่างเทรด และหลังการเทรด ล้วนมีความสำคัญต่อผลลัพธ์ในแต่ละวัน เพราะฉะนั้นการสร้างนิสัยในการวางแผนก่อนการเทรดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างความมีวินัย และทำให้เพื่อนๆลงสนามเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ