เอาตัวรอดอย่างไรเมื่อหุ้นปรับฐาน

เมื่อเรามองไปที่กราฟราคาหุ้น จะพบว่าธรรมชาติของมันมักมีลักษณะคล้ายกับธรรมชาติของคลื่น แม้แต่ในยามที่ราคากำลังเคลื่อนไหวเป็นเทรนด์ขึ้นหรือลงอย่างชัดเจน ก็มีโอกาสที่เราจะเห็นการเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้ามสอดแทรกเข้ามาอยู่เสมอ และในบางครั้งการปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามนี้ก็อาจจะทำให้เราเผชิญกับการสูญเสีย หรืออาจจะต้องคืนกำไรที่หาไม่ได้กลับไปอยู่ไม่น้อย เมื่อเป็นเช่นนี้ การเตรียมพร้อมรับมือ และเรียนรู้ที่จะปกป้องเงินทุนของเราจากการปรับฐานของตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ

เมื่อตลาดปรับตัวขึ้นและสร้างผลตอบแทนให้กับหุ้นที่เราถืออยู่ (unrealized profit) ในบางครั้งตลาดยังคงวิ่งขึ้นต่อไปได้อีกจนเหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด แต่ในบางครั้งยามที่ทุกอย่างดูเหมือนจะดีไปเสียหมด เราอาจจะหลงระเริงไปกับบรรยากาศที่ดูดี จนทำให้เราละเลยหรือมองไม่เห็นสัญญาณการปรับฐานที่กำลังเกิดขึ้น ฉะนั้น ให้แบ่งขายหุ้นออกไปบางส่วนและเปลี่ยนกำไรที่เกิดขึ้นให้กลายเป็นเงินทุนเพื่อรอโอกาสครั้งถัดไป นอกจากเราจะสามารถรักษากำไรที่เกิดขึ้นไว้ได้แล้ว เรายังมีโอกาสที่จะเลือกซื้อหุ้นดีในช่วงของการปรับฐานชั่วคราวได้อีกด้วย

การสำรองเงินสดไว้เป็นสิ่งที่ดี แต่จะให้ดีกว่านั้นเราควรจะเตรียมแผนการที่จะใช้เงินเหล่านั้นด้วย ‘Watchlist’ ของหุ้นที่เราสนใจ คือสิ่งเราควรจะเขียนออกมา และเกาะติดสถานการณ์ของหุ้นเหล่านั้นเอาไว้ เมื่อการปรับฐานของตลาด (ชั่วคราว) เกิดขึ้นจริง ข้อมูลที่เรามีอยู่จะช่วยให้เราตัดสินใจได้รวดเร็วและเป็นมีเหตุมีผลมากขึ้น ในขณะเดียวกันเราควรจะเตรียมแผนสำหรับหุ้นที่เราถืออยู่ด้วยเช่นกัน เมื่อการปรับฐานเกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือการทำตามแผนที่เราวางไว้อย่างเคร่งครัด และพยายามตัดอารมณ์ที่อ่อนไหวไปตลาดออกไปให้ได้มากที่สุด

ก่อนที่สถานการณ์จะยิ่งเลวร้าย และการขาดทุนจะบานปลายไปมากกว่านั้น หากสถานะของเราไม่ได้อยู่ในจุดที่ได้เปรียบ อย่างเช่นการแห่เข้าซื้อตามภาวะที่ตลาดกำลังวิ่งขึ้น (มามากแล้ว) ทำให้ต้นทุนของเรามีความเสี่ยงสูงเกินไปจากโอกาสที่ตลาดจะปรับฐานลงมา การยอมตัดขาดทุนทิ้งไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่ตลาดเริ่มไม่เป็นไปอย่างที่เราคิดไว้ สิ่งนี้จะช่วยให้เงินมีเงินทุนไว้สำหรับโอกาสที่ดีกว่าในอนาคต

เมื่อตลาดมีความผันผวนมากขึ้น หรือมีแนวโน้มที่จะปรับฐานได้ในระยะต่อจากนี้ การตัดสินใจที่จะเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จะช่วยให้เราอยู่รอดได้ในระยะยาว อย่างเช่น การ short futures หรือ short options ของดัชนี ในขณะที่เรามีหุ้นอยู่ในพอร์ต หากตลาดปรับฐานลงจริง เราก็จะได้กำไรจากการ short เข้ามาชดเชยในช่วงของการปรับฐาน นอกจากนี้ เราอาจจะเลือกการป้องกันความเสี่ยงโดยการปรับพอร์ตการลงทุนไปเน้นถือหุ้นเชิงรับ เช่น หุ้นที่มีความผันผวนต่ำกว่าตลาด (ค่า Beta น้อยกว่า 1) หรือเน้นไปที่หุ้นซึ่งให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงขึ้น

บางครั้งในช่วงเริ่มต้นของการปรับฐาน ตลาดปรับตัวลงมาแรงในช่วงแรก หลังจากนั้นเกิดการดีดกลับตามมา ทำให้นักลงทุนบางส่วนคาดว่าการปรับฐานของตลาดได้จบลงไปแล้ว และตลาดมีโอกาสจะกลับมาเป็นขาขึ้นต่อไปได้อีก แต่ในความเป็นจริงแล้วการปรับฐานมักจะไม่ได้จบลงอย่างรวดเร็วเช่นนั้น ทำให้นักลงทุนที่ตัดสินใจเข้าไปซื้อเร็วเกินไปต้องทนต่อสภาวะที่ตลาดเริ่มปรับตัวลงต่ออีกครั้ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราควรทำคือการอดทนรอให้ตลาดเริ่มส่งสัญญาณของการกลับตัวเสียก่อน เช่น ลักษณะแท่งเทียนซึ่งเป็นไส้ยาวและตามมาด้วยแรงซื้อกลับของนักลงทุนส่วนมากในตลาด หรือการเกิด Divergence ในเชิงบวก เช่น ตลาดทำจุดต่ำสุดใหม่ แต่มีจำนวนหุ้นในตลาดที่ทำจุดต่ำสุดใหม่น้อยลง และหากสัญญาณเหล่านี้เกิดขึ้นที่บริเวณแนวรับก็จะยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสที่ตลาดจะหยุดลงมากขึ้น

ทุกๆ ครั้งของการปรับฐาน หุ้นเกือบทุกตัวในตลาดมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงไปด้วยเช่นกัน แต่เมื่อการปรับฐานจบลงหรือใกล้จะจบลง จะมีหุ้นที่แข็งแกร่งจำนวนหนึ่งที่จะแสดงความแข็งแกร่งออกมาให้เห็น หากเราสามารถรักษาตัวรอดจากการปรับฐานมาได้ และคอยเฝ้าติดตามดูหุ้นที่แข็งแกร่งเหล่านี้ เราก็มีโอกาสที่จะคว้าหุ้นดีเข้ามาในช่วงที่ราคาถูก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเกิดการปรับตัวลงแรงด้วยความตื่นตระหนก (Panic Sell) นี่คือจังหวะที่เราควรจะคว้าโอกาสเอาไว้ให้ได้