การสร้างระบบเทรดหุ้นที่สมบูรณ์ด้วย การเทรดแบบเต่า

เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมว่า ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในฐานะ ‘เทรดเดอร์’ จำเป็นจะต้องมีพรสวรรค์ติดตัวมาด้วย หรือแท้จริงแล้วทุกคนสามารถฝึกฝนเพื่อจะประสบความสำเร็จกันได้? คำถามนี้เคยถูกท้าทายโดยหนึ่งในเทรดเดอร์ระดับตำนาน ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิด Turtle Trading อย่าง ‘Richard Dennis’ ซึ่งเขาเชื่อว่าการก้าวไปเป็นปรมาจารย์ด้านการเทรดสามารถฝึกฝนกันได้ผ่านการเรียนรู้ในแต่ละวัน และนี่เองจึงเป็นที่มาของกลุ่ม ‘Turtles’ ซึ่ง Dennis ได้รับสมัครเทรดเดอร์เข้ามาเพื่อฝึกปรือให้เขาเหล่านั้นก้าวขึ้นไปเป็นเทรดเดอร์อาชีพ

โดยสรุปแล้ว Turtle Trading คือ ระบบการเทรด (Trading System) ที่สมบูรณ์ด้วยการครอบคลุมทุกๆ แง่มุมของการเทรด โดยระบบ Turtle นี้จะไม่ยอมปล่อยให้ความคิดเพ้อฝันของเทรดเดอร์เข้ามารบกวนการตัดสินใจ โดยระบบ Turtle Trading มีองค์ประกอบหลักอยู่ด้วยกัน 6 ส่วน ซึ่งจะช่วยนำทางให้เราไปสู่ความสำเร็จได้

สิ่งแรกที่เราต้องตัดสินใจเพื่อจะทำการเทรดในแต่ละครั้งคือ เราจะ ‘ซื้อ’ หรือ ‘ขาย’ อะไร? ซึ่งอะไรในที่นี้ก็หมายถึง เราจะทำการเทรดในตลาดอะไรนั่นเอง สำหรับเหล่า Turtles พวกเขาจะเลือกเทรดเฉพาะตลาดที่มีสภาพคล่องสูงเท่านั้น นั่นหมายความว่าเราจะสามารถเข้าและออกจากสถานะของเราได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ เหล่า Turtles มักจะติดตามการเคลื่อนไหวของหลายๆ ตลาด เพราะหากเราเลือกตลาดที่จะเทรดน้อยจนเกินไป มันอาจจะทำให้เราพลาดโอกาสที่จะเกาะไปกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นในหลายๆ ตลาดที่เราไม่ได้สนใจ

การตัดสินใจเกี่ยวกับขนาดของสถานะ (Position Sizing) ที่เหมาะสมซึ่งเราควรจะทำการเทรดในแต่ละครั้ง ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการเทรด เพราะ Position Sizing จะมีผลต่อทั้งการกระจายการลงทุน และการบริหารเงินทุนของเรา แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับพบว่าเทรดเดอร์หลายคนยังละเลย หรืออาจจะไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ดีนัก 
สำหรับเหล่า Turtles การกำหนด Position Sizing จะใช้ค่าความผันผวนของตลาดมาช่วยในการคำนวณ โดยสรุปคือ เมื่อตลาดมีความผันผวนสูงขึ้น Position Sizing ก็จะลดลง เพราะเราต้องการที่จะควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับเดียวกันทุกครั้ง ไม่ว่าภาวะตลาดที่จะเราเทรดนั้นจะเคลื่อนไหวรุนแรงต่างกันขนาดไหน

ทั้งนี้ ค่าความผันผวนที่เหล่า Turtles นำมาใช้ เรียกว่า N ซึ่งเป็นค่า 20 วัน ของเส้นค่าเฉลี่ยของ True Range หรือที่เรารู้จักกันทั่วไปในชื่อของ Average True Range (ATR) สำหรับสูตรในการคำนวณหา Position Sizing เมื่อนำมาปรับใช้กับการเทรดหุ้นคือ ‘%ความเสี่ยงของเงินลงทุน ÷ N’ 

สมมติว่า เรามีเงินลงทุน 100,000 บาท กำหนดความเสี่ยงไม่เกิน 1% และปัจจุบันค่า N (หรือ ATR) ของหุ้นที่เราจะซื้อคือ 0.5 เพราะฉะนั้น Position Sizing ของเราในการซื้อหุ้นตัวนี้ คือ (1% × 100,000) ÷ 0.5 = 500 หุ้น

เทรดเดอร์ส่วนมากคิดว่า ‘สัญญาณในการเปิดสถานะ’ คือส่วนที่สำคัญที่สุดของระบบการเทรด แต่สำหรับเหล่า Turtles แล้วพวกเขาใช้ระบบที่ง่ายมากๆ อิงจาก ‘Channel Breakout systems’ ของ Richard Donchain เพื่อให้สัญญาณในการซื้อหรือขาย

โดยสัญญาณซื้อขายที่ว่านี้แบ่งออกเป็น 2 ระบบ คืออะไรบ้าง ตามมาดูกันต่อเลย

จากสัญญาณการทะลุผ่านจุดสูงสุดหรือต่ำสุดในรอบ 20 วัน ซึ่งระบบนี้เราจะเข้าซื้อหรือขายทันทีเมื่อราคาทะลุผ่านภายในวัน แต่หากราคาไปในทิศทางตรงข้ามหลังจากเปิดสถานะไปแล้ว เราจะออกมาจากสถานะทันทีหากราคาทะลุจุดสูงสุดหรือต่ำสุดในรอบ 20 วัน

จากสัญญาณการทะลุผ่านจุดสูงสุดหรือต่ำสุดในรอบ 55 วัน โดยเราจะเปิดสถานะเมื่อราคาทะลุผ่านจุดสูงสุดหรือต่ำสุดในรอบ 55 วัน

โดยทั่วไปแล้วมันง่ายกว่ามากที่จะคาดหวังให้สถานะที่กำลังขาดทุนฟื้นตัวกลับมา แทนที่จะยอมขายมันออกไปและยอมรับว่าการเทรดในครั้งนั้นเป็นสิ่งที่ผิดพลาด สำหรับเหล่า Turtles พวกเขาจะใช้จุดตัดขาดทุนเสมอ และสิ่งสำคัญที่สุดสุดสำหรับการตัดขาดทุนคือ การกำหนดจุดที่ยอมตัดขาดทุนเอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะเปิดสถานะใดๆ และเมื่อตลาดเคลื่อนไหวไปถึงจุดนั้น เราต้องตัดขาดทุนทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้ เหล่า Turtles จะยอมเสี่ยงสูงสุดต่อเงินทุนทั้งหมดไม่เกิน 2% ของการเทรดในแต่ละครั้ง

มีคำกล่าวหนึ่งที่ว่า ‘คุณจะไม่มีวันล้มละลายจากการได้กำไร’ แต่เหล่า Turtles ดูเหมือนจะไม่เห็นด้วยกับประโยคนี้เท่าใดนัก เพราะการออกจากสถานะที่ได้กำไรเร็วเกินไป ถือเป็นหนึ่งในความผิดพลาดพื้นฐานของการเทรดตามแนวโน้ม (Trend Following) 
จากกลยุทธ์การเข้าเทรดด้วยสัญญาณทะลุผ่าน (Breakout) ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่ได้ลงเอยด้วยการเกิดแนวโน้มเสมอไป ทำให้การเทรดเกินกว่าครึ่งของเหล่า Turtles จะออกมาเป็นขาดทุน ฉะนั้น หากการเทรดที่ชนะไม่สามารถสร้างกำไรได้มากพอ เหล่า Turtles ก็จะขาดทุนในท้ายที่สุด

ทั้งนี้ เหล่า Turtles มีแนวทางในการขายอยู่ 2 แบบคือ
System 1 exit: เราจะออกจากสถานะของเราเมื่อราคาทะลุผ่านจุดต่ำสุดหรือจุดสูงสุดในรอบ 10 วัน
System 2 exit: เราจะออกจากสถานะของเราเมื่อราคาทะลุผ่านจุดต่ำสุดหรือจุดสูงสุดในรอบ 20 วัน

สำหรับองค์ประกอบสุดท้ายนี้ มันคือการลงไปในรายละเอียดสำคัญบางอย่าง ซึ่งจะทำให้เกิดความแตกต่างในการทำกำไรโดยใช้กลยุทธ์ Turtle Trading Rules อย่างเช่น การเลือกจะส่งแบบ Limit Order แทนที่จะเป็น Market Order เมื่อต้องการเปิดสถานะ เพราะในบางครั้งที่ตลาดเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงไร้เหตุผล การส่งคำสั่งแบบ Market Order หรือการเปิดสถานะทันทีที่ราคาตลาดในขณะนั้น อาจจะทำให้เราได้ต้นทุนที่แย่ และมีความเสี่ยงสูงขึ้น ขณะเดียวกันในยามที่ตลาดผันผวนและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เราไม่ควรจะตื่นตระหนกไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น และให้รู้จักรอเวลาที่ตลาดจะเริ่มหยุดนิ่ง ก่อนที่จะส่งคำสั่งซื้อหรือขายออกไป
สุดท้าย เราจะเห็นว่าระบบการเทรดแบบ Turtle Trading ไม่ได้เป็นสิ่งที่ซับซ้อนแต่อย่างใด แต่การรู้กฎเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญคือ เราต้องสามารถที่จะทำตามกฎที่เราเรียนรู้ด้วย อย่างที่