ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเทรดที่ควรขจัดทิ้ง

ความเข้าใจผิด ไม่เพียงแค่ทำให้เราพลาดสิ่งที่เป็นความจริง แต่มันยังมีโอกาสที่จะทำให้เราต้องเผชิญกับความเสียหายที่มากขึ้น หากเราเชื่อจริงๆ ว่าสิ่งที่เรารับรู้อยู่นั้นคือสิ่งที่ดี ที่ควรจะทำ สำหรับโลกของการเทรด หรือใครก็ตามที่ต้องการจะก้าวขึ้นไปเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ ก็จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจถึงธรรมชาติและความเป็นจริงของมันด้วย และหากเรากำลังรับรู้บางอย่างที่ผิดเพี้ยนไป เราก็ควรจะขจัดมันทิ้งก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น

การเทรดคือการทำกำไรให้ได้อย่างรวดเร็ว” 
แต่ความเป็นจริงแล้วสิ่งสำคัญสำหรับการเทรดคือ “การเรียนรู้ที่จะรักษาเงินทุนเอาไว้ให้ได้ก่อน” ความเข้าใจผิดเรื่องการทำกำไรให้ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเทรดเดอร์หน้าใหม่ซึ่งเข้ามาในตลาดด้วยเหตุผลนี้ และเริ่มต้นการเทรดด้วยความคาดหวัง และ mindset ที่ผิด เพราะหากเราต้องการจะทำกำไรจากตลาด สิ่งจำเป็นคือการเรียนรู้เรื่องของการบริหารความเสี่ยง และเมื่อเราเข้าใจถึงความสำคัญของการรักษาเงินทุน และเรียนรู้ที่จะเทรดเฉพาะเมื่อเห็นโอกาสซึ่งลงล็อกกับกลยุทธ์ของเรา เมื่อนั้นเราจะเริ่มต้นทำเงินแทนที่จะเสียเงินไปให้กับเทรดเดอร์รายอื่นๆ

“จำเป็นจะต้องฉลาดถึงจะเป็นเทรดเดอร์ที่ดี”
ในความเป็นจริงแล้ว ถึงแม้เราจะมีไอคิวสูงถึง 180 ก็จะไม่ช่วยอะไร หากเรายังเทรดเกินตัว ไม่ควบคุมความเสี่ยง และไม่มีวินัย สำหรับคนที่จะประสบความสำเร็จในฐานะเทรดเดอร์คือผู้ที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความสามารถในการควบคุมการกระทำของตนเอง ซึ่งโดยหลักแล้วเราต้องการความสมดุลระหว่างสัญชาตญาณ และความสามารถในการวิเคราะห์ โดยสัญชาตญาณจะช่วยสร้างไอเดียในการเทรด ขณะที่ความสามารถในการวิเคราะห์จะช่วยตรวจสอบการเทรดให้อยู่ในจุดที่สมดุล

ต้องมีเงินลงทุนสูงถึงจะมีโอกาสทำกำไรจากตลาด”
แต่สำหรับเทรดเดอร์ที่เก่งสามารถทำกำไรโดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของเงินลงทุน ในความเป็นจริงเราสามารถเราสามารถสูญเสียเงินทั้งหมดจากพอร์ตขนาดใหญ่ไปได้อย่างรวดเร็วเท่าๆ กับพอร์ตขนาดเล็ก เพราะฉะนั้นทางที่ดีคือการเริ่มต้นเทรดด้วยพอร์ตขนาดเล็ก ถึงแม้ว่าคุณจะมีเงินลงทุนมากก็ตาม เพราะปัจจัยสำคัญอย่าง กลยุทธ์ ทักษะ และทัศนคติ คือสิ่งจำเป็นต่อการประสบความสำเร็จทั้งกับพอร์ตขนาดเล็กและพอร์ตขนาดใหญ่ อย่าเพิ่งรีบเพิ่มเงินลงทุนจนกว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างมั่นคง

“ต้องรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับตลาดจึงจะเป็นผู้ชนะ” 
แต่จริงๆ แล้วต้องเข้าใจว่า เราไม่สามารถที่จะรู้ได้อย่างแน่นอนว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเราต้องระลึกอยู่เสมอว่า ‘ทุกๆ การเทรด สามารถลงเอยด้วยการขาดทุนได้’ เพราะฉะนั้น ถึงแม้ว่าเราจะมั่นใจในการเทรดครั้งนั้นๆ มากแค่ไหน สิ่งจำเป็นที่ต้องทำคือ การมีวินัยที่จะทำตามกลยุทธ์ของตัวเอง และหากในขณะนั้นยังไม่ใช่สถานการณ์ที่เราได้เปรียบ (จากกลยุทธ์ที่วางไว้) ก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะบอกกับตัวเองว่าเรากำลังคิดถูก เพราะมันจะเป็นการเปิดโอกาสให้การเทรดเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น และมีโอกาสที่เราจะใช้อารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเทรด ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมามักจะเป็น ‘หายนะ’

“เทรดชนะมากกว่าแพ้ ถึงจะรวย” 
เราอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ ‘อัตราส่วนระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน (Risk Reward Ratio)’ กันมาบ้าง และหากเข้าใจมันก็จะรู้ว่าเราไม่จำเป็นจะต้องเทรดชนะเสมอไปถึงจะสร้างผลตอบแทนจำนวนมากได้ 
สมมติว่า เรากำหนดอัตราส่วนระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ 1 ต่อ 3 สำหรับทุกๆ การเทรด หมายความว่า เราจะยอมเสี่ยง 1 บาท เพื่อคาดหวังกำไร 3 บาท เพราะฉะนั้น เราจำเป็นที่จะต้องเทรดชนะเพียง 25% เพื่อให้ถึงจุดคุ้มทุน (ไม่รวมค่าธรรมการซื้อขาย) และหากเราเทรดชนะ 27% ก็แปลว่าเราเริ่มทำกำไรได้แล้ว

“Day Trading คือวิธีทำเงินที่เร็วที่สุด” 
แต่ในความเป็นจริงคือ Day Trading อาจจะทำให้เราเสียเงินไปได้เร็วพอๆ กับการเข้าคาสิโน เพราะการเทรดด้วย time frames ระยะสั้น ทำให้เรามีโอกาสที่จะขาดทุนง่ายขึ้น เพราะความผันผวนที่สูง และสัญญาณหลอกจากกราฟที่เพิ่มขึ้น สำหรับแนวทางในการสร้างกำไรก้อนใหญ่ และมีความเครียดน้อยกว่า คือ โฟกัสไปที่กราฟรายวัน มองหาสัญญาณที่น่าเชื่อถือเพื่อทำการเทรด และปล่อยให้ราคาเคลื่อนไหวไปด้วยตัวของมันเอง แทนที่จะไปนั่งโฟกัสที่ time frames ระยะสั้น ซึ่งการทำเช่นนี้ จะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่าง ค่าธรรมเนียมการเทรด เวลา รวมถึงพลังงาน อีกด้วย

“การเทรดคือการพนัน” 
แน่นอนว่ามันสามารถเป็นแบบนั้นได้ ถ้าเราปล่อยให้มันเป็น แต่สำหรับการเทรดที่ไม่ใช่การพนัน จำเป็นจะต้องอาศัยประสบการณ์และการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะในเรื่องของทัศนคติและการคิดด้วยหลักความน่าจะเป็น ซึ่งจะช่วยให้เราตัดเรื่องของ ‘ความโชคดีหรือโชคร้าย’ ออกไปจากการเทรด และทำให้การเทรดเป็นสิ่งที่แตกต่างออกไปจากการพนัน เพราะสำหรับการพนันแล้ว ทุกๆ ครั้งที่เราลงเงินไป ‘โอกาสและความเสี่ยง’ จะถูกกำหนดไว้เท่าเดิมตลอด แต่การเทรดที่ดีนั้นเราสามารถควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยทักษะในการบริหารจัดการเงินทุน (Money Management)