ดูกราฟราคา Time Fame ไหนเหมาะกับตัวคุณ

นักลงทุนที่เทรดด้วยเทคนิคอล จำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะมือใหม่มักจะมีปัญหาในการเลือก Time Frame ที่จะใช้เทรดให้เหมาะสมกับตนเอง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่หวัง จะใช้เป็นกราฟรายสัปดาห์ รายวัน หรือรายชั่วโมงดี? ซึ่งคำถามนี้จัดว่าเป็น FAQ ที่ถูกถามเข้ามาบ่อยมากๆสำหรับนักวิเคราะห์ทางเทคนิคมือใหม่ โดยทั่วไปแล้ว การจะเลือก Time Frame เพื่อใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมราคาจะขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยของเทรดเดอร์ และวัตถุประสงค์ในการลงทุนของแต่ละคน ในปัจจุบันการพัฒนาของโปรแกรมเทรดหุ้นทำให้เหล่าเทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์กราฟราคาได้ตั้งแต่ระดับ Time Frame 1 ปี จนถึง 1 นาที แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำว่า Time Frame กันให้ลึกซึ้งขึ้นอีกกันก่อนครับ

Time Frame แปลตรงตัวคือ กรอบของเวลาที่มีแท่งเทียนจำนวนมาก มาประกอบกันเป็นกราฟ โดยการแสดงข้อมูลของแท่งเทียน 1 แท่ง ก็จะเป็นข้องมูล ราคาเปิด(OPEN) ราคาสุงสุด(HIGH) ราคาต่ำสุด(LOW) และราคาปิด(CLOSE) ของ กรอบเวลา หรือ Period นั้นๆ เช่น Time Frame Day แท่งเทียนแต่ละแท่งก็นำเสนอข้อมูล OHLC ของวันนั้นๆ แล้วต่อๆ กันไป จนเห็นภาพความเคลื่อนไหวของราคา จากราคารายวัน ส่วน Time Frame Week ก็เป็นลักษณะเดียวกัน แต่เนื่องจากแท่งเทียนแต่ละแท่งเป็นข้อมูลการเคลื่อนไหวของราคาใน 1 สัปดาห์ ดังนั้นกราฟ ใน Time Frame Week ก็จะให้ภาพที่กว้างกว่า ใหญ่กว่า เมื่อเทียบกับ Time Frame Day นั้นเอง

แล้วเราควรเลือกดู Time Frame ไหนถึงจะเหมาะสมกับเราที่สุดหละ? สำหรับเพื่อนๆคนไหนยังไม่มีTime Frame ในดวงใจ วันนี้สตางค์คุงมี 3 Time Frame ยอด Hit ของบรรดาเหล่าเทรดเดอร์มืออาชีพมาฝากดังนี้

1) Time Frame Week (กราฟรายสัปดาห์)
กราฟรายสัปดาห์ คือกราฟราคาที่แสดงการเคลื่อนไหวของ ราคาสูงสุด ต่ำสุด ราคาเปิด และราคาปิด ในรอบอาทิตย์นั้นๆ โดยจะเริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่วันจันทร์จน ถึงวันศุกร์ เมื่อจบอาทิตย์ก็จะได้กราฟราคาที่สมบูรณ์ 1 แท่ง และจะเริ่มขึ้นกราฟราคาแท่งใหม่เมื่อถึงวันจันทร์ในอาทิตย์ถัดไป และเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ทำให้ได้กราฟหลายๆแท่งเรียงต่อกัน จนกลายเป็น Movement หรือ Direction ของราคา ซึ่งการวิเคราะห์กราฟใน Time Frame Week นั้นมีจุดแข็งตรงที่ข้อมูลที่แสดงออกมาจะช่วยให้นักลงทุนมองเห็นภาพใหญ่ของทิศทางการเคลื่อนตัวของราคา และลดความผันผวนที่รุนแรงในช่วงเวลาสั้นๆได้ แต่เนื่องจากกราฟราคาที่สมบูรณ์ 1 แท่งต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูล HOLC ถึง 5 วันทำการ ถ้านักลุงทุนที่ใช้กราฟในระยะสัปดาห์เป็นเครื่องมือชี้นำในการซื้อขาย ก็อาจทำให้เกิดความล่าช้า หรือไม่ได้ราคาที่ได้เปรียบมากนัก ในการ Trading ดังนั้นกราฟใน Time Frame Week จึงมักถูกนำมาใช้ในการมองภาพรวมว่าตอนนี้สถานการณ์ของราคาเป็นอย่างไร เป็นขาขึ้น ขาลง หรือออกข้าง เพื่อใช้ในการวางกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนระยะยาว หรือนักลงทุนที่ไม่ได้มีเวลาในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างใกล้ชิด ก็มักจะใช้กราฟใน Time Frame Week เป็นเครื่องมือช่วยในการอ่านภาพใหญ่ของทิศทางราคา

2) Time Frame Day (กราฟรายวัน)
กราฟรายวันนับว่าเป็นกรอบเวลาที่ถูกนำมาใช้วิเคราะห์มากที่สุดในทุก Time Frame สำหรับตลาดหุ้นไทย
โดยกราฟรายวันจะเริ่มทำการเก็บข้อมูลตั้งแต่ราคาเปิดของวัน การเคลื่อนไหวระหว่างวันจนถึงราคาปิดวัน ก็จะได้กราฟราคาที่สมบูรณ์มา 1 แท่ง ซึ่งกราฟรายวันนั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาวิเคราะห์หุ้นทุกๆสิ้นวัน ผู้ที่ต้องการติดตามราคาอย่างใกล้ชิด และอาจสนใจข่าวหุ้นที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นตัวนั้นๆ จึงอาจมีความผันผวนของราคาได้มากกว่า TF WEEKและมีโอกาสในการเข้าไปทำกำไรในระยะสั้นๆ 1-2 วัน จนถึง 1-2 สัปดาห์ได้ โดยอาจจะดูแนวโน้มหลักของหุ้นจาก TF Week มาก่อนและหาจังหวะเข้าซื้อและขายจาก TF Day สำหรับนักลงทุนหลายๆคนที่ใช้ TF DAY เป็นกรอบเวลาในการตัดสินใจส่งคำสั่งซื้อขาย ก็มีข้อที่ต้องระวังเช่นกันเนื่องจากใน TF Day นั้นเป็นการแสดงผลของข้อมูลราคาในหนึ่งวัน การที่เราดัดสินใจซื้อขายก่อนที่ราคาจะปิดสมบูรณ์ อาจทำให้เพื่อนๆพบกับ Fault Signal ได้บ่อยครั้ง เช่น ราคาหุ้น AAA มีแนวต้านที่ 10 บาท ช่วงตลาดเช้าราคาสามารถทะลุแนวต้านขึ้นไปยืนได้ที่ราคา 11 บาท แต่ตกเย็นก่อนตลาดปิด พบว่าราคาตกกลับลงมาใต้แนวต้านที่ 9.50 บาท แสดงถึงความอ่อนแอของราคาที่ถูกแรงขายลงมาจนไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งการเข้าซื้อขายก่อนที่กราฟราคาจะสมบูรณ์ ก็อาจทำให้เพื่อนๆต้องพบกับสัญญาณหลอกในลักษณะเช่นนี้ได้บ่อยครั้ง ที่ระหว่างวันราคา Break แนวต้านขึ้น หรือทะลุแนวรับลง เพราะเจอความผันผวนจากข่าวสาร หรือผลการทบสั้นๆในวันนั้นๆ

กราฟใน Time Frame Intraday จะมีให้เลือกหลากหลายกรอบเวลาตามแต่ความสั้นยาวที่นักลงทุนต้องการเลือกใช้
เช่น TF 1 Minute ทุกๆ 1 นาทีก็จะมีกราฟราคาแสดงขึ้นมา 1 แท่ง หรือ TF 60 นาทีก็จะแสดงผลของข้อมูลในทุกๆ 1 ชั่วโมงยิ่งเราใช้ TF ที่สั้นมากเท่าไหร่ ราคาก็จะยิ่งผันผวนมากขึ้น และเครื่องมือทางเทนนิคคอล ก็จะมี Fault Signal มากขึ้นเช่นกัน
ซึ่ง TF Intraday นั้นจึงเหมาะสำหรับ ผู้ที่รักความเร็ว เก็งกำไรแบบ Day Trade ซื้อขายจบในวัน หรือ Scalping ที่เน้นการทำกำไรสั้นๆ 1-2 ช่องราคา โดยผู้ที่ใช้ TF Intraday ในการ Trading นี้ควรจะมีเวลาเฝ้าหน้าจอเกือบตลอดทั้งวัน เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของราคา โดยอาจทำการบ้านมาก่อนจาก TF Day ว่าหุ้นตัวไหนมีทิศทางที่ดี มีโอกาสขึ้น แล้วจึงเฝ้าหาจังหวะเข้าซื้อและขายจาก TF ที่เล็กลงมา ตามความพอใจของแต่ละคนว่าชอบเล่นสั้นขนาดไหน ซึ่งกราฟเทรดแบบ Intraday อาจใช้เครื่องมืออย่าง การเฝ้าดู Bid Offer หรือ Ticker ที่สามารถใช้ช่วยจับอารมณ์ตลาดในระยะสั้นๆได้ ควบคู่ไปกับการดูกราฟเพื่อช่วยในการ Trading ได้

มาถึงตรงนี้เชื่อว่าเพื่อนๆ คงมี Time Frame ในใจ หรือมีไอเดียๆในการเลือกใช้ TF ในการเทรดพอสมควรแล้ว
ทุก Time Frame นั้นล้วนมีข้อดี ข้อเสีย ที่แตกต่างกันไปตามความสั้นยาวของช่วงเวลา คำตอบว่าจะเลือกใช้อันไหนดี
คงต้องขึ้นอยู่กับว่า เราเป็น นักลงทุน/เทรดเดอร์ ประเภทไหนมีนิสัยในการเทรดอย่างไร มีวิธีการซื้อขายหุ้นอย่างไรที่สบายใจ และที่สามารถทำตามแบบแผนที่วางไว้ได้อย่างเคร่งครัด แต่ในความจริงแล้วเราอาจใช้หลายๆกรอบเวลามาร่วมกัน
วางแผนการซื้อขายได้ เช่น ถ้าราคาหุ้นใน TF Week เป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน เราอาจใช้ TF ที่สั้นกว่าอย่าง TF Day เป็นจุดเข้าซื้อ เมื่อราคามีการย่อตัวตามแนวรับๆต่างๆ สตางค์คุงหวังว่าเพื่อนๆทุกคนจะพบ TF ในดวงใจของตัวเองนะครับ 
“Pick the best TF for yourself” โชคดีในการลงทุนครับ